OKR กับ KPI ไม่ได้เป็นคู่แข่ง แต่ตอบโจทย์ต่างกัน OKR เหมาะกับการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายและวัดความก้าวหน้า ส่วน KPI เหมาะกับการวัดสุขภาพของกระบวนการที่ทำอยู่แล้ว ปัญหาคือหลายทีมเลือกใช้ผิดอัน หรือใช้ปนกันจนสับสน บทความนี้อธิบายความต่างและช่วยตัดสินใจว่าทีมของคุณควรใช้แบบไหน

OKR คืออะไร

OKR (Objectives and Key Results) คือ framework สำหรับตั้งเป้าหมาย ประกอบด้วย Objective (เป้าหมายเชิงคุณภาพ) และ Key Results (ผลลัพธ์เชิงปริมาณที่วัดได้) มักตั้งเป็นรายไตรมาสและควรท้าทาย (stretch goals)

ตัวอย่าง: Objective = "สร้างประสบการณ์ onboarding ที่ลูกค้าประทับใจ" / Key Result 1 = "Activation rate เพิ่มจาก 40% เป็น 65%" / Key Result 2 = "NPS ของ onboarding สูงกว่า 50"

KPI คืออะไร

KPI (Key Performance Indicator) คือตัวชี้วัดที่บอกว่ากระบวนการทำงานดีแค่ไหน มักเป็นตัวเลขที่ติดตามต่อเนื่อง เช่น revenue, customer retention rate, website uptime

ตัวอย่าง: Monthly Recurring Revenue (MRR) ≥ 5 ล้านบาท / Customer Churn Rate < 3% / Average Response Time < 2 ชั่วโมง

OKR vs KPI: เปรียบเทียบ

มิติOKRKPI
วัตถุประสงค์ตั้งเป้าหมายใหม่ ผลักดันให้เติบโตวัดสุขภาพกระบวนการที่มีอยู่
ระยะเวลารายไตรมาส (90 วัน)ต่อเนื่อง (monthly/weekly)
ระดับความยากท้าทาย บรรลุ 70% ถือว่าดีต้องบรรลุ 100% ถือว่าเป็นมาตรฐาน
จำนวน3-5 objectives ต่อไตรมาส5-10 KPIs ต่อทีม/แผนก
ตัวอย่าง"เพิ่มส่วนแบ่งตลาดในภาคใต้""Revenue ≥ 10M/เดือน"

เมื่อไหร่ควรใช้อะไร

สถานการณ์ใช้ OKRใช้ KPI
เปิดตลาดใหม่ / launch productใช่ — ต้องตั้งเป้าที่ท้าทายเสริมได้ เช่น track conversion rate
ดูแลกระบวนการประจำไม่จำเป็นใช่ — วัด uptime, SLA, throughput
ทีม product/engineeringใช่ — focus ที่ outcome ไม่ใช่ outputเสริมได้ เช่น bug rate, deploy frequency
ทีม operations/supportใช้ได้ถ้าต้องการ improvementใช่ — response time, resolution rate

ใช้ทั้ง OKR และ KPI ด้วยกันได้ไหม

ได้ และเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับหลายองค์กร ใช้ KPI ติดตามสุขภาพกระบวนการ ใช้ OKR ผลักดันการเติบโต เมื่อ KPI ตกต่ำกว่ามาตรฐาน ก็สร้าง OKR เพื่อแก้ปัญหานั้นโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

OKR กับ KPI อันไหนดีกว่า

ไม่มีอันไหนดีกว่า ตอบโจทย์ต่างกัน OKR เหมาะกับตั้งเป้าใหม่ KPI เหมาะกับวัดกระบวนการ หลายองค์กรใช้ทั้งสองควบคู่กัน

ทีมเล็กควรเริ่มจาก OKR หรือ KPI

เริ่มจาก KPI ก่อน เพราะง่ายกว่าและช่วยให้เห็นภาพปัจจุบัน เมื่อรู้แล้วว่าตัวเลขอะไรสำคัญ ค่อยใช้ OKR ตั้งเป้าเพื่อปรับปรุง KPI ที่ยังไม่ดี

OKR ต้อง review บ่อยแค่ไหน

Check-in ทุกสัปดาห์หรือทุก 2 สัปดาห์ เพื่อดูว่า Key Results เป็นไปตามเป้าหรือต้องปรับวิธี ส่วน scoring ทำตอนจบไตรมาส

สร้างระบบวัดผลที่ขับเคลื่อนทีม

OKR หรือ KPI ทำงานได้ดีเมื่อทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน ถ้าต้องการ เว็บไซต์ หรือ dashboard ที่แสดงผลลัพธ์แบบ real-time — คุยกับเรา

บทความแนะนำ