🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

Shopify Plus vs Webflow Enterprise: เลือกแพลตฟอร์ม D2C ระดับองค์กร

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

ข้อมูลจาก Statista ระบุว่าตลาด E-Commerce ในไทยจะแตะ 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2025 — แบรนด์ที่ต้องการขายของออนไลน์แบบ D2C (Direct-to-Consumer) จึงต้องเลือกแพลตฟอร์มระดับ Enterprise ที่รองรับการเติบโตระยะยาว

แต่คำถามที่แบรนด์ใหญ่ถามบ่อยที่สุดคือ — Shopify Plus หรือ Webflow Enterprise ดีกว่า? บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองแพลตฟอร์มแบบจุดต่อจุด พร้อมสูตรตัดสินใจที่ชัดเจน และ Case Study จริงจาก Vision X Brain ที่ดูแลลูกค้า Enterprise กว่า 80 โปรเจกต์ใน 6 ประเทศ

D2C คืออะไร? ทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงหันมาขายตรง

D2C (Direct-to-Consumer) คือโมเดลที่แบรนด์ขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านตัวแทน ไม่ผ่าน marketplace — ผ่านเว็บไซต์ขายของออนไลน์ของตัวเอง

ข้อมูลจาก Shopify ระบุว่าแบรนด์ D2C เติบโตเร็วกว่า retail ปกติอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลหลักคือ:

  • ควบคุม Customer Experience ได้ 100% — ตั้งแต่หน้าเว็บจนถึง unboxing
  • ได้ข้อมูลลูกค้า (First-Party Data) — ไม่ต้องพึ่ง marketplace ที่ไม่แชร์ข้อมูล
  • Margin สูงขึ้น 20-40% — ไม่ต้องจ่ายค่า commission ให้ marketplace
  • สร้าง Brand Loyalty ได้ — ลูกค้าจำแบรนด์ ไม่ใช่จำ platform

แต่การทำ D2C ให้สำเร็จ ต้องมีเว็บขายของออนไลน์ที่แข็งแกร่ง — นี่คือจุดที่ Shopify Plus และ Webflow Enterprise เข้ามา

Shopify Plus คืออะไร? เหมาะกับใคร

Shopify Plus คือแผน Enterprise ของ Shopify ราคาเริ่มต้นที่ $2,300/เดือน ออกแบบสำหรับแบรนด์ที่มียอดขายตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญขึ้นไป

จุดแข็ง Shopify Plus

  • Checkout ที่ปรับแต่งได้ — Checkout Extensibility ให้ customize checkout flow ได้ทุกขั้นตอน
  • Shopify Flow (Automation) — สร้าง workflow อัตโนมัติ เช่น auto-tag, fraud detection, inventory alert
  • Multi-store — เปิดร้านได้ 10 stores ใน 1 subscription (แยกประเทศ/แบรนด์)
  • Script Editor — เขียน custom pricing, discount logic ระดับ checkout
  • Dedicated Support — Merchant Success Manager, Priority support 24/7
  • Shopify Markets Pro — ขายข้ามประเทศ จัดการภาษี ค่าส่ง currency อัตโนมัติ
  • 99.99% Uptime SLA — รับประกัน uptime ระดับ Enterprise

ข้อจำกัด Shopify Plus

  • ราคาสูง — $2,300/เดือน + transaction fees + ค่าแอป อาจถึง $5,000-10,000/เดือน
  • Customization จำกัดนอก checkout — ยังอยู่ใน Shopify ecosystem, template-based
  • Content Marketing ไม่แข็งแกร่ง — Blog ยังเบสิก, CMS ไม่ยืดหยุ่น
  • Brand Experience จำกัด — ดีไซน์ถูก constraint ด้วย theme system

Webflow Enterprise คืออะไร? เหมาะกับใคร

Webflow Enterprise คือแผนสูงสุดของ Webflow ราคา custom pricing (ปกติเริ่ม $600-1,500/เดือน) ออกแบบสำหรับองค์กรที่ต้องการ visual development ระดับ pixel-perfect

จุดแข็ง Webflow Enterprise

  • ดีไซน์อิสระ 100% — ไม่มี template constraint, สร้าง brand experience ได้ตามต้องการ
  • CMS ทรงพลัง — Collection, Reference Field, Dynamic Page สำหรับ content marketing ระดับ enterprise
  • SEO Technical เหนือกว่า — Clean HTML, URL structure อิสระ, Core Web Vitals 90+ ได้ง่าย
  • Role-based Access — กำหนด permission ให้ทีม designer, editor, developer แยกกัน
  • Staging + Publishing Workflow — ทำงาน staging ก่อน push live
  • SLA + Priority Support — 99.99% uptime, dedicated account manager
  • Custom Code — ใส่ JavaScript, JSON-LD, custom integrations ได้เต็มที่

ข้อจำกัด Webflow Enterprise

  • E-Commerce ไม่ครบเท่า Shopify — ไม่มี checkout ซับซ้อน, subscription, upsell ในตัว
  • Payment Gateway จำกัด — รองรับ Stripe เป็นหลัก ไม่มี Payment Gateway ไทยในตัว
  • ต้องมีทีมที่เข้าใจ Webflow — Learning curve สูงกว่า Shopify
  • CMS Item Limits — ต้องคำนวณ SKU ให้ดีว่าพอกับแผนที่เลือก

ตารางเปรียบเทียบ Shopify Plus vs Webflow Enterprise แบบละเอียด

หัวข้อShopify PlusWebflow Enterpriseผู้ชนะ
ราคา$2,300/เดือน + transaction feesCustom pricing (~$600-1,500/เดือน)Webflow ✅
E-Commerceครบจบ: checkout, upsell, subscription, multi-storeพื้นฐาน: cart + StripeShopify ✅
Design FreedomTheme-based, จำกัดด้วย LiquidPixel-perfect, อิสระ 100%Webflow ✅
Content/CMSBlog เบสิกCMS ทรงพลัง, dynamic pagesWebflow ✅
SEO Technicalดี แต่ URL structure ถูกบังคับเยี่ยม: clean HTML, URL อิสระWebflow ✅
Page Speedขึ้นอยู่กับแอป (เฉลี่ย 60-80)Clean code (เฉลี่ย 85-95)Webflow ✅
CheckoutCheckout Extensibility, custom scriptsStripe checkout พื้นฐานShopify ✅
Multi-currencyShopify Markets Pro อัตโนมัติต้อง custom buildShopify ✅
AutomationShopify Flow + Launchpadต้องใช้ n8n/Zapier ภายนอกShopify ✅
Scalabilityรับ Flash Sale ได้ไม่มีปัญหาCDN แข็ง แต่ E-Commerce ไม่ scale เท่าShopify ✅
Brand Experienceจำกัดด้วย themeสร้างได้ตามจินตนาการWebflow ✅
A11y / Accessibilityขึ้นอยู่กับ themeควบคุม ARIA, semantic HTML ได้เต็มที่Webflow ✅

สรุป: Shopify Plus ชนะด้าน E-Commerce features, Webflow Enterprise ชนะด้าน design, content, SEO และราคา

สูตรตัดสินใจ: Shopify Plus vs Webflow Enterprise สำหรับ D2C

เลือก Shopify Plus ถ้า:

  • มี SKU 500+ รายการและต้องการ inventory management ซับซ้อน
  • ขายหลายประเทศ ต้องการ multi-currency, multi-store อัตโนมัติ
  • ต้องการ checkout ที่ customize ได้ (subscription, bundle, custom discount)
  • มี Flash Sale / campaign ที่ต้องรับ traffic spike
  • งบ $2,300+/เดือน สำหรับแพลตฟอร์มอย่างเดียว

เลือก Webflow Enterprise ถ้า:

  • แบรนด์เน้น brand experience + content marketing เป็นหลัก
  • ต้องการดีไซน์ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ไม่ยอมถูกจำกัดด้วย template
  • SEO เป็นช่องทางหลักในการหาลูกค้า (content-driven acquisition)
  • มี SKU ไม่เยอะมาก (< 500) หรือใช้ Shopify backend เชื่อมแบบ Headless
  • ต้องการเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ Core Web Vitals 90+ ตั้งแต่วันแรก

เลือก Hybrid (Shopify + Webflow) ถ้า:

  • ต้องการทั้ง E-Commerce ครบและ brand experience ระดับ premium
  • มีงบและทีม dev ที่พร้อมจัดการ 2 ระบบ
  • ใช้ Shopify Storefront API + Webflow frontend — อ่านเพิ่มเติม: Headless Commerce: Shopify vs Webflow

กรณีศึกษา: ผลลัพธ์จริงจากการเลือกแพลตฟอร์ม Enterprise

ที่ Vision X Brain เราดูแลลูกค้า Enterprise ทั้ง Shopify Plus และ Webflow Enterprise — นี่คือตัวอย่างผลลัพธ์จริง:

Case 1: SiamTak — Webflow Enterprise (D2C อุปกรณ์ช่าง)

SiamTak ต้องการขายของออนไลน์แบบ D2C โดยตรงจากแบรนด์ เน้น content SEO + brand experience ทีม VXB ใช้ Webflow Design & Development สร้างเว็บใหม่ทั้งหมด:

  • Orders เพิ่มขึ้น x24 เท่า
  • Core Web Vitals 90+ ทุกหน้า
  • เสร็จใน 3 สัปดาห์

Case 2: Keystone Property — Shopify + SEO Optimization

Keystone Property ใช้ Shopify Store Development สำหรับขายสินค้าออนไลน์ ทีม VXB optimize ทั้ง technical SEO และ on-page:

  • Organic traffic เพิ่ม x28 เท่า
  • อันดับ Google หน้าแรกใน 4 สัปดาห์
  • Clutch rating 5.0/5

Case 3: Prime Host — Webflow E-Commerce (D2C Hospitality)

Prime Host ต้องการระบบจองออนไลน์ + content SEO ทีม VXB ใช้ Premium Webflow E-Commerce:

  • Booking เพิ่ม x30 เท่า
  • New users เพิ่ม 210% ในเดือนแรก
  • Organic traffic เพิ่ม x28 เท่า

ค่าใช้จ่ายจริง: TCO เปรียบเทียบ 1 ปี

รายการShopify PlusWebflow Enterprise
ค่าแพลตฟอร์ม/ปี$27,600 (~960K บาท)$7,200-18,000 (~250-630K บาท)
ค่าแอป/Plugins$2,400-12,000/ปี$0-2,400/ปี (น้อยกว่ามาก)
Transaction Fees0.15-0.25% (Shopify Payments)Stripe fees only (2.9%+30¢)
ค่า Development$5,000-20,000 (Liquid/Theme)$5,000-25,000 (Visual Dev)
ค่า Maintenance/ปี$3,000-10,000$2,000-8,000
TCO ปีแรก (ประมาณ)$38,000-70,000$14,200-53,400

หมายเหตุ: Shopify Plus มี transaction fee ต่ำกว่าถ้าใช้ Shopify Payments แต่ค่าแพลตฟอร์มรายเดือนสูงกว่ามาก สำหรับธุรกิจที่มียอดขาย $1M+/ปี Shopify Plus คุ้มค่าเพราะ features ครบ แต่สำหรับแบรนด์ที่เน้น brand + content เป็นหลัก Webflow Enterprise ประหยัดกว่าอย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Shopify Plus คุ้มค่า $2,300/เดือนจริงไหม?

คุ้มค่าถ้าธุรกิจมียอดขายตั้งแต่ $1M ต่อปีขึ้นไป และต้องการ features ระดับ enterprise เช่น Shopify Flow, multi-store, checkout customization, Shopify Markets Pro สำหรับธุรกิจที่ยอดขายยังไม่ถึง Shopify Basic หรือ Shopify Advanced อาจเพียงพอ

Webflow Enterprise รองรับ E-Commerce จริงจังได้ไหม?

ได้สำหรับร้านที่มี SKU ไม่เกิน 500-1,000 รายการ และไม่ต้องการ checkout ซับซ้อน ถ้าต้องการ features เช่น subscription, bundle pricing หรือ multi-currency แนะนำใช้ Headless Commerce คือ Shopify backend + Webflow frontend

D2C ต่างจากขายบน Marketplace ยังไง?

D2C คือขายผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง ได้ข้อมูลลูกค้า 100% ควบคุม brand experience ได้ และ margin สูงกว่า 20-40% ส่วน Marketplace เช่น Lazada Shopee เข้าถึงลูกค้าง่ายกว่าแต่แข่งด้วยราคา ไม่ได้ข้อมูลลูกค้า และต้องจ่าย commission

ย้ายจาก Shopify Basic มา Shopify Plus ต้องทำอะไรบ้าง?

การ upgrade จาก Shopify Basic/Advanced ไป Shopify Plus ค่อนข้างราบรื่นเพราะอยู่ใน ecosystem เดียวกัน สิ่งที่ต้องทำคือ ติดต่อ Shopify Sales Team ตรวจสอบ features ที่ต้องการ migrate theme ถ้าจำเป็น และตั้งค่า Shopify Flow automation ใหม่

สรุป: เลือก Shopify Plus หรือ Webflow Enterprise สำหรับ D2C?

  • Shopify Plus → แบรนด์ D2C ที่เน้น E-Commerce เต็มรูปแบบ มี SKU เยอะ ขายหลายประเทศ ต้องการ checkout ซับซ้อน
  • Webflow Enterprise → แบรนด์ D2C ที่เน้น brand experience, content marketing, SEO ต้องการดีไซน์ระดับ premium
  • Hybrid → แบรนด์ที่ต้องการทั้งสองอย่าง ใช้ Shopify backend + Webflow frontend

ไม่ว่าจะเลือกแพลตฟอร์มไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กลยุทธ์ D2C ที่ชัดเจน + ทีมที่เชี่ยวชาญแพลตฟอร์ม — เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ คนใช้ต่างหากที่ทำให้มันทำงานได้ผล

พร้อมสร้างเว็บ D2C ระดับ Enterprise?

Vision X Brain คือทีมที่เชี่ยวชาญทั้ง Shopify และ Webflow ดูแลลูกค้า Enterprise กว่า 80 โปรเจกต์ใน 6 ประเทศ ด้วย Clutch Rating 5.0/5 และ Core Web Vitals 90+ ทุกโปรเจกต์

ถ้าคุณกำลังมองหาทีมสร้างเว็บขายของออนไลน์ระดับ Enterprise ที่เข้าใจทั้ง D2C strategy และ platform — ปรึกษาฟรี วันนี้

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!