🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

เปรียบเทียบ Headless Commerce: Shopify vs Webflow E-commerce สำหรับแบรนด์ที่ต้องการความยืดหยุ่น

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

หากคุณต้องการเช็คเอาต์ที่ยืดหยุ่นและสามารถขยายได้ แนะนำให้เลือก “Shopify (Hydrogen + Storefront API)”; แต่ถ้าคุณสนใจในดีไซน์และคอนเทนต์ที่รวดเร็ว “Webflow” ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หรืออาจใช้ “Webflow หน้าเว็บ + Shopify เช็คเอาต์ (Buy Button/Storefront API)” เพื่อลดความยุ่งยากก็ได้.

Headless Commerce: Shopify vs Webflow — ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณ

Executive view Shopify มีจุดเด่นในด้านเช็คเอาต์ โปรโมชั่น สต๊อก และการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ ผ่าน Storefront API และ Hydrogen. ขณะที่ Webflow มุ่งเน้นเรื่องดีไซน์ คอนเทนต์ และความรวดเร็ว โดยมีโฮสติ้งที่รองรับ Buy Button สำหรับการฝังเช็คเอาต์จาก Shopify และ API สำหรับ CMS/Ecommerce. หลายๆ กรณีจะใช้สแตกผสม โดยใช้ Webflow เป็นหน้าร้านและ Shopify เป็นแบ็กเอนด์.

ตารางเปรียบเทียบ: ผลกระทบต่อ Conversion / SEO / ทีมงาน / ต้นทุน

มิติ Shopify (Hydrogen + Storefront API) Webflow (CMS/Ecommerce + Buy Button) สรุปสำหรับธุรกิจ
เช็คเอาต์ & กลไกขาย ครบทุกฟังก์ชันผ่าน Storefront/Admin API ใช้ Webflow Ecommerce หรือฝัง Shopify Buy Button ซับซ้อน → Shopify เหมาะ; แคตตาล็อกไม่ซับซ้อน → Webflow ก็ใช้ได้
เฟรมเวิร์ก Front-end Hydrogen (React) เร็วและยืดหยุ่น สามารถออกแบบ UI ได้ตรงพิกเซลด้วย Webflow ทีม Dev หนัก → Hydrogen; ทีมครีเอทีฟ/มาร์เก็ต → Webflow
API/Headless Storefront API (GraphQL) ครบทุกขั้นตอน CMS API/Collections และฝัง Buy Button/JS Buy SDK ต้องการ headless เต็มรูป → Shopify; ผสมบางส่วน → Webflow+Buy Button
ความเร็ว & โฮสติ้ง Hydrogen + Oxygen, CDN ทั่วโลก โฮสติ้ง Webflow + CDN, ปรับภาพและทรัพยากรง่าย ทั้งคู่ทำ CWV ดีได้ ถ้าตั้งค่าอย่างถูกต้อง
การแก้ไขคอนเทนต์ ต้องการ Dev workflow ที่ชัดเจน Editor/Designer สามารถแก้ไขบนหน้าได้จริง ทีมคอนเทนต์ลงมือเองบ่อย → Webflow ได้เปรียบ
การบูรณาการ อีโคซิสเต็มแอปต่างๆ กว้างขวาง เชื่อม CRM/ฟอร์ม/แคมเปญได้ผ่าน API/Apps ระบบหลังบ้านลึก → Shopify นำ
TCO 12–24 เดือน มีค่า Dev/ดูแล แต่สเกลและออโตเมชันดี ค่าเครื่องมือคาดเดาได้ ลดภาระบำรุง ดูโปรไฟล์ทีม + ความซับซ้อนก่อนตัดสินใจ

สแตกยอดนิยม 3 แบบ (เลือกจากความซับซ้อนและทีม)

  1. Shopify Headless เต็มรูป — Hydrogen + Storefront API + ส่วนเชื่อม ERP/OMS (เหมาะ: โปรโม/กติกาซื้อซับซ้อน, แคตตาล็อกใหญ่)
  2. Webflow + Shopify Checkout — ออกแบบใน Webflow, ฝัง Buy Button/Storefront API (เหมาะ: คอนเทนต์นำ, ทีมมาร์เก็ตขยับเร็ว, แคตตาล็อกเล็ก–กลาง)
  3. Webflow Ecommerce ล้วน — แคตตาล็อก/โปรโมชั่นพื้นฐาน ต้องการ go-live ไว (เหมาะ: SMB/ดีจิตอลสินทรัพย์น้อย)

โค้ดตัวอย่าง: ดึงสินค้าและสร้างตะกร้าด้วย Storefront API

// ดึงสินค้า & สร้าง cart ผ่าน 
แชร์

Recent Blog

5 ขั้นตอนสร้างเว็บไซต์ E-Commerce ที่ทำให้ยอดขายพุ่งสูงทันที

เคยรู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ดึงดูดลูกค้าไหม? มาดู 5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้และทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้น! อ่านต่อ...

เคล็ดลับการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Webflow: เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพทันที
เคล็ดลับการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Webflow: เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพทันที

เว็บไซต์ของคุณช้าอยู่หรือเปล่า? หากใช่ นี่คือปัญหาที่คุณต้องแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าไม่ออกจากเว็บไซต์ อ่านต่อเพื่อค้นพบเคล็ดลับการออกแบบที่ช่วยเพิ่มความเร็ว!

5 เหตุผลที่เว็บไซต์ของคุณควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทันที
5 เหตุผลที่เว็บไซต์ของคุณควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทันที

เคยรู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ดึงดูดลูกค้าไหม? บทความนี้จะช่วยคุณหาวิธีปรับปรุงและทำให้ลูกค้าอยู่ต่อมากขึ้น อ่านต่อ...