เปรียบเทียบ CRM สำหรับนายหน้าอสังหา: วิธีเลือกให้ตรงใจธุรกิจคุณ

ทำไม CRM สำคัญกับนายหน้าอสังหาฯ
นายหน้าอสังหาฯ ในไทยเสียโอกาสปิดดีลเฉลี่ย 30-40% เพราะ follow up ลูกค้าไม่ทัน — เบอร์โทรกระจัดกระจาย สับสน lead จาก Facebook Ads กับ LINE OA และลืม callback ภายใน 24 ชม. ซึ่งเป็นจังหวะทองที่ conversion สูงสุด
CRM (Customer Relationship Management) สำหรับอสังหาฯ คือระบบที่รวบรวม lead ทุกช่องทาง ติดตาม pipeline, ตั้ง reminder follow up อัตโนมัติ และวิเคราะห์ว่า lead ไหนร้อนที่สุด — ทำให้นายหน้าปิดดีลได้เร็วขึ้น 2-3 เท่า โดยไม่ต้องจำรายละเอียดลูกค้าในหัว
ปัญหาที่ CRM แก้ได้สำหรับนายหน้าอสังหาฯ
- Lead หล่นหาย: ลูกค้าขอข้อมูลผ่าน Facebook/LINE แล้วไม่มีใครตาม → CRM รวบรวมทุกช่องทางไว้ที่เดียว + ตั้ง auto follow-up
- ปิดดีลช้า: จำไม่ได้ว่า lead ไหนสนใจคอนโดแนวไหน budget เท่าไหร่ → CRM แสดง history + preferences ครบ ดูแล้วโทรคุยต่อได้ทันที
- ไม่รู้ lead ไหนสำคัญ: โทรตามไม่ทัน → CRM ให้ lead scoring บอกว่าคนไหนร้อนมาก (เปิด email 3 ครั้ง, คลิก listing) ต้อง call ก่อน
- รายงานทีมยุ่งยาก: owner ไม่รู้ว่าแต่ละคนปิดกี่ดีล pipeline เท่าไหร่ → CRM สร้าง dashboard อัตโนมัติ
ฟีเจอร์ที่ CRM อสังหาฯ ต้องมี
1. Lead Management — รวบรวม Lead ทุกช่องทาง
นายหน้าอสังหาฯ รับ lead จาก Facebook Ads, LINE OA, Website Form, walk-in ที่สำนักงาน — ถ้าไม่มีระบบรวมจะมีโอกาสตกหล่นสูง
ฟีเจอร์ที่ต้องมี:
- Auto-capture lead จาก form, Facebook Lead Ads, LINE OA
- Import contact จาก Excel/CSV (ถ้ามี lead เดิมอยู่แล้ว)
- Mobile app เพื่อเพิ่ม lead จาก open house/site visit ทันที
- Duplicate detection — ป้องกัน lead ซ้ำ
2. Pipeline Visualization — ดู Deal Flow แบบ Kanban
ปิดดีลอสังหาฯ ผ่านหลาย stage: Lead → Viewing → Negotiation → Contract → Closed — CRM ที่ดีต้องมี visual pipeline แบบลาก drop ได้
ตัวอย่าง stage ที่ควรมี:
- New Lead (เพิ่งได้ contact มา)
- Contacted (โทรติดต่อแล้ว)
- Viewing Scheduled (นัดดูทรัพย์)
- Offer Made (ลูกค้าเสนอราคา)
- Negotiation (ต่อรองกับเจ้าของ)
- Contract Signed (ปิดดีล)
- Lost (ไม่ซื้อ)
3. Automation — Follow Up อัตโนมัติ
คนเก่ง follow up ภายใน 5 นาที conversion สูงกว่า 10 เท่า (Harvard Business Review) แต่คนส่วนใหญ่ตอบช้า — CRM แก้ด้วย automation
Workflow ที่ควรทำอัตโนมัติ:
- ส่ง SMS/Email ทันทีที่ lead กรอก form ("ขอบคุณครับ ผมจะโทรกลับภายใน 30 นาที")
- ตั้ง task reminder follow-up วันถัดไป (ถ้ายังไม่ได้คุย)
- ส่ง listing ที่ตรงกับ preference ทุก 3 วัน (nurture lead แบบอัตโนมัติ)
- แจ้งเตือนถ้าลูกค้าเปิด email/คลิกลิงค์ (lead ร้อน ต้องโทรเลย)
4. Mobile App — ทำงาน On-the-Go
นายหน้าอสังหาฯ อยู่สำนักงานแค่ 20-30% ของเวลา — ส่วนใหญ่พาดูบ้าน ดูคอนโด ต้องเข้า CRM ผ่านมือถือได้
ฟีเจอร์ mobile ที่สำคัญ:
- เพิ่ม lead/note/photo จาก site visit ทันที
- ดู contact history ก่อนโทร (จำได้ว่าคุยเรื่องอะไรไว้)
- Update deal stage ระหว่างทาง
- GPS check-in สำหรับ appointment
เปรียบเทียบ CRM สำหรับนายหน้าอสังหาฯ
| CRM | ราคา/เดือน | ฟีเจอร์เด่น | เหมาะกับ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| Follow Up Boss | $69-$149/user | Auto lead routing, SMS integration, mobile app ดี, property matching | ทีม 3-20 คน, ตลาด US แต่ใช้ในไทยได้ | ภาษาอังกฤษ, integration กับ MLS (ไทยไม่มี) |
| LionDesk | $25-$75/user | Video email, drip campaigns, text automation, รองรับไทย | นายหน้าเดี่ยว/ทีมเล็ก งบจำกัด | Reporting จำกัด, UI ไม่สวยเท่าคู่แข่ง |
| HubSpot CRM | ฟรี-$1,600+/เดือน | Email tracking, forms, landing pages, marketing automation, ภาษาไทย | ทีมที่ต้องการ marketing + CRM ในที่เดียว, เติบโตเร็ว | Plan ฟรีจำกัด (ไม่มี automation), plan ถัดไปแพงกว่า |
| Salesforce | $25-$300+/user | Customization สูง, AppExchange apps, Einstein AI | บริษัทใหญ่ ดีลสูง (50M+), ต้องการ custom workflow ซับซ้อน | ตั้งค่ายาก ต้อง admin/consultant, แพง |
| Pipedrive | $14-$99/user | Pipeline visual ดี, automation, mobile app, ภาษาไทย | ทีมเล็ก-กลาง ต้องการ CRM ง่ายๆ ใช้ได้เลย | ฟีเจอร์ real estate จำกัด (ไม่มี property matching) |
| Propertybase (Salesforce-based) | Custom quote | Built สำหรับ real estate, property database, website integration | บริษัทอสังหาฯ ใหญ่ มีทีม IT/consultant | แพงมาก, ตั้งค่าซับซ้อน |
How-to: วิธีเลือก CRM สำหรับนายหน้าอสังหาฯ
- กำหนดงบประมาณ: ถ้างบ <1,000 บาท/คน/เดือน → LionDesk, Pipedrive, HubSpot Free; งบ 2,000-5,000 บาท → Follow Up Boss, HubSpot Starter; งบไม่จำกัด + ทีมใหญ่ → Salesforce, Propertybase
- นับจำนวนคน: นายหน้าเดี่ยว → LionDesk, Pipedrive; ทีม 3-10 คน → Follow Up Boss, HubSpot; ทีม 20+ → Salesforce
- เช็ค integration: ถ้าใช้ Facebook Ads เยอะ → ต้อง sync Facebook Lead Ads ได้; ถ้าใช้ LINE OA → ต้องมี LINE integration (HubSpot, Pipedrive มี)
- ลองฟรีก่อน: HubSpot ฟรีตลอด, Pipedrive/LionDesk/Follow Up Boss มี trial 14-30 วัน → ลองจริง 2-3 สัปดาห์ ดูว่า workflow ลื่นไหม
- เช็คภาษา: ถ้าทีมไม่คล่องอังกฤษ → HubSpot, Pipedrive มีภาษาไทย
- ดู mobile app: ถ้าใช้มือถือเยอะ → Follow Up Boss, LionDesk mobile app ดีกว่า Salesforce
- คิดระยะยาว: ถ้าแผนจะเติบโตเป็น 50-100 คน → เริ่ม HubSpot/Salesforce ดีกว่าย้ายทีหลัง (ย้าย CRM เจ็บมาก)
กรณีศึกษา: ทีมนายหน้าที่ใช้ CRM ปิดดีลเร็วขึ้น 2.5 เท่า
ทีมนายหน้าอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ 7 คน ใช้ Excel + LINE group ติดตาม lead — ปิดเฉลี่ย 12 ดีล/เดือน lead หล่นหาย 40%
ปัญหา:
- Lead จาก Facebook Ads ไม่มีใครรับ (แต่ละคนคิดว่าคนอื่นรับ)
- ลูกค้า walk-in จดไว้แต่ลืม follow up
- ไม่รู้ว่า lead ไหนอยู่ stage ไหน ต้องถาม LINE group
แก้ยังไง: ใช้ Follow Up Boss ($69/user = ~2,400 บาท/คน/เดือน)
- Sync Facebook Lead Ads อัตโนมัติ → lead เข้า CRM ภายใน 1 นาที + auto assign ให้นายหน้าตาม round-robin
- ตั้ง task reminder: ถ้าไม่ติดต่อภายใน 24 ชม. → แจ้งเตือน LINE
- Dashboard แสดง pipeline ของแต่ละคน → owner รู้ว่าใครติดที่ไหน
ผลลัพธ์หลัง 3 เดือน:
- ปิดดีลเพิ่มเป็น 30 ดีล/เดือน (+150%)
- Lead หล่นหายลดเหลือ 15%
- Response time เฉลี่ย 8 นาที (เดิม 4 ชั่วโมง)
- นายหน้าแต่ละคนประหยัดเวลา 5 ชม./สัปดาห์ (ไม่ต้องถาม LINE group)
เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพ CRM สำหรับนายหน้าอสังหาฯ
1. ใช้ Lead Scoring — จัดลำดับความสำคัญ
Lead ทุกคนไม่เท่ากัน — คนที่ดูบ้าน 3 ครั้ง + budget ชัดเจน ร้อนกว่าคนแค่ขอข้อมูล → ให้คะแนน lead ช่วยจัดลำดับ
ตัวอย่าง scoring:
| พฤติกรรม | คะแนน |
|---|---|
| กรอก form + budget ชัดเจน | +20 |
| เปิด email listing | +5 |
| คลิกลิงค์ดู property detail | +10 |
| นัดดูทรัพย์ | +30 |
| ไม่ตอบ 3 ครั้ง | -15 |
CRM เช่น HubSpot, Salesforce ทำ lead scoring อัตโนมัติ → แสดง hot lead ด้านบนสุดเสมอ
2. สร้าง Template SMS/Email
ข้อความที่ส่งบ่อย (ขอบคุณที่สนใจ, นัดดูบ้าน, follow up หลังดู) → สร้าง template ไว้ ส่งได้ 1 คลิก
ตัวอย่าง template:
สวัสดีครับคุณ [ชื่อ] ผมเป็นนายหน้าจาก [บริษัท] ขอบคุณที่สนใจทรัพย์ [ชื่อโครงการ] ครับ — ผมจะโทรกลับภายใน 30 นาทีเพื่อนัดดูทรัพย์ครับ ถ้าสะดวกเลยตอบกลับเลยนะครับ 😊
3. ตั้ง Task Automation
ทำ checklist ทุกครั้งที่ lead เข้า stage ใหม่ → CRM ตั้ง task อัตโนมัติ
ตัวอย่าง:
- Lead stage "Viewing Scheduled" → สร้าง task "เตรียมเอกสารทรัพย์ + key + ใบขับขี่"
- Lead stage "Offer Made" → สร้าง task "ติดต่อเจ้าของเพื่อ negotiate"
- Lead stage "Contract Signed" → สร้าง task "ส่ง welcome email + เอกสารโอน"
4. Sync กับ Calendar
นัดดูบ้าน/นัดคุย → ต้อง sync Google Calendar/Outlook ทันที ไม่งั้นจะ double booking
CRM ส่วนใหญ่ sync calendar 2 ทาง: นัดใน CRM → แสดงใน Google Calendar; นัดใน Google Calendar → สร้าง activity ใน CRM
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว CRM สำหรับนายหน้าอสังหาฯ
CRM ฟรีมีไหม?
มี — HubSpot CRM ฟรีตลอดชีพ (unlimited contacts, pipeline, email tracking) แต่ไม่มี automation; Zoho CRM ฟรี 3 users แต่ฟีเจอร์จำกัด; Bitrix24 ฟรี 12 users แต่ UI งง
ทีมเล็กควรใช้ตัวไหน?
ถ้านายหน้าเดี่ยว/ทีม 2-3 คน งบจำกัด → เริ่มที่ HubSpot Free หรือ Pipedrive ($14/user); ถ้างบ 2,000-3,000 บาท/คน → LionDesk, Follow Up Boss ครบฟีเจอร์กว่า
CRM มีภาษาไทยไหม?
HubSpot, Pipedrive, Zoho CRM มีภาษาไทยเต็มระบบ; Follow Up Boss, LionDesk ภาษาอังกฤษแต่ใช้ง่าย
ย้าย CRM ยุ่งไหม?
ยุ่ง — ต้อง export contact จาก CRM เดิม (CSV) → import เข้า CRM ใหม่ → map fields → ทดสอบ → training ทีม → ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ถ้ามี data เยอะ
ต้องใช้เวลาเรียนนานไหม?
CRM ง่าย (Pipedrive, LionDesk) เรียน 1-2 วันพอใช้ได้; CRM ซับซ้อน (Salesforce, Propertybase) ต้องอบรม 1-2 สัปดาห์ + มี admin คอยดูแล
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





