Digital Marketing สำหรับธุรกิจก่อสร้าง: ค้นหาโครงการใหม่ออนไลน์

ทำไมธุรกิจก่อสร้างต้อง Digital Marketing ในยุค 2026
ธุรกิจก่อสร้างและรับเหมาที่เติบโตได้ในปี 2026 มี 1 สิ่งที่เหมือนกัน: พวกเขาไม่รอให้ลูกค้ามาเจอ — พวกเขาไปหาลูกค้าก่อน ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ออกแบบมาให้สร้าง lead ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลจาก Statista Construction Digital Marketing 2025 ชี้ว่าธุรกิจก่อสร้างที่ลงทุน digital marketing เพิ่มขึ้น 147% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา — เพราะผู้ว่าจ้างงานยุคใหม่ค้นหาผู้รับเหมาจาก Google ก่อนเปิด Yellow Pages
บทความนี้รวมกลยุทธ์ digital marketing สำหรับบริษัทก่อสร้าง รับเหมา โยธา สถาปนิก — ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ portfolio ไปจนถึงการใช้ Google Ads และ SEO ให้ได้โครงการจริง พร้อมตัวอย่างจากผลงาน VisionXBrain ที่ทำให้บริษัทก่อสร้างเพิ่ม lead x5 ใน 6 เดือน
ผู้ว่าจ้างยุคใหม่มองหาผู้รับเหมาที่ไหน
การตัดสินใจว่าจ้างผู้รับเหมาเปลี่ยนไปแล้ว — ผู้ว่าจ้างไม่ใช่แค่เจ้าของบ้านที่เปิด Facebook ถามเพื่อนแนะนำ แต่เป็นผู้จัดการโครงการที่มีงบหลักล้าน คาดหวัง response time ไว และเช็คผลงานก่อนตัดสินใจ
5 ช่องทางที่ผู้ว่าจ้างใช้หาผู้รับเหมา
| ช่องทาง | % ผู้ว่าจ้างที่ใช้ | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| Google Search | 72% | ค้น "รับเหมาก่อสร้าง [พื้นที่]" — หน้าแรกได้งาน หน้า 2 ไม่มีใครคลิก |
| Google Maps / Business Profile | 68% | ค้นใกล้ๆ ตัว ดูรีวิว รูปงานจริง โทรทันที |
| เว็บไซต์บริษัท | 65% | เช็คผลงาน portfolio ประเมินความน่าเชื่อถือ เทียบราคากับคู่แข่ง |
| Facebook / Instagram | 54% | ดูภาพ before-after case study อ่านรีวิวลูกค้า |
| คำแนะนำออนไลน์ / Forum | 41% | อ่าน Pantip, Facebook Groups เช็คชื่อเสียงก่อนติดต่อ |
ข้อมูลจาก Think with Google Local Services Report
ข้อสังเกต: ผู้ว่าจ้างไม่ใช้แค่ 1 ช่องทาง — พวกเขาเช็คหลายที่พร้อมกัน ถ้าคุณไม่มีเว็บไซต์ + Google Maps ครบ คู่แข่งที่มีก็ได้งานไป
เว็บไซต์ก่อสร้าง: เครื่องจักรสร้าง Lead ตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์ที่ขายได้ไม่ใช่แค่ใส่โลโก้ + ที่อยู่ — แต่เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาให้ผู้ว่าจ้างหาข้อมูลได้เอง ประเมินความเชี่ยวชาญได้ และส่งใบเสนอราคาทันที โดยไม่ต้องคุยโทรศัพท์ก่อน
5 องค์ประกอบบังคับของเว็บไซต์ก่อสร้างที่ได้งาน
- Portfolio หน้าแรก — ผลงานจริง before-after
ไม่ใช่แค่รูปสวยๆ แต่ต้องมีข้อมูล: ชื่อโครงการ ระยะเวลา งบประมาณโดยประมาณ ปัญหาที่แก้ได้ — ผู้ว่าจ้างต้องเห็นว่าคุณเคยทำงานลักษณะนี้มาแล้ว - Case Study หน้าเต็ม — วิธีแก้ปัญหาจริง
ตัวอย่าง: "โครงการปรับปรุงโรงงาน 5,000 ตร.ม. ภายใน 60 วัน — เจ้าของกังวลเรื่องกำหนดเวลาเพราะโรงงานต้องรันไม่หยุด เราแก้ด้วยการทำงานกะกลางคืน + ใช้ prefab ลดเวลาก่อสร้าง 40% — เสร็จตรงเวลา ไม่มีวันหยุดผลิต" - บริการหน้า Service Pages — แยกตามประเภทงาน
แยกชัดเจน: งานก่อสร้างโครงสร้าง / รับเหมาต่อเติม / ต่อเติมอาคาร / รีโนเวทโรงงาน — ทุกหน้ามี keyword SEO ที่ตรงกับที่ผู้ว่าจ้างค้นหา Google (เช่น "รับเหมาต่อเติมอาคารสูง" "ต่อเติมโรงงานอุตสาหกรรม") - ฟอร์มขอใบเสนอราคา — ง่าย ไม่บังคับโทร
ถามแค่: ประเภทงาน / พื้นที่โครงการ / งบประมาณโดยประมาณ / ไฟล์แนบ (optional) — ผู้ว่าจ้างบางคนไม่พร้อมคุยโทรศัพท์ แต่พร้อมกรอกฟอร์ม - ใบอนุญาตและใบรับรอง — สร้างความน่าเชื่อถือ
แสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบรับรองมาตรฐาน ISO, OHSAS, BOI ฯลฯ — โครงการใหญ่ต้องมี
VisionXBrain รับออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจก่อสร้างและรับเหมา
เว็บ portfolio ที่มี CMS จัดการผลงานเอง ไม่ต้องง้อ developer ทุก project — พร้อม SEO structure สำหรับติดอันดับ Google ตั้งแต่วันแรก
SEO สำหรับก่อสร้าง: ติดหน้าแรก Google ตอนคนต้องการจ้างจริง
SEO สำหรับธุรกิจก่อสร้างไม่ใช่แค่ติดอันดับ "รับเหมาก่อสร้าง" — แต่ต้องติด keyword ที่มี intent สูง เช่น "รับเหมาต่อเติมบ้านราคา" "รับเหมาปรับปรุงโรงงาน 2026" — คนที่ค้นแบบนี้พร้อมจ่าย
กลยุทธ์ SEO สำหรับบริษัทก่อสร้าง
1. Local SEO — ครองพื้นที่ของคุณ
ธุรกิจก่อสร้างส่วนใหญ่รับงานในรัศมี 50-100 กม. จากสำนักงาน — การติดอันดับ "รับเหมาก่อสร้าง [จังหวัด]" สำคัญกว่า keyword ทั่วไป
- Google Business Profile: ใส่ข้อมูลครบ — ที่อยู่ เบอร์ โทร เวลาทำการ หมวดหมู่ ลิงค์เว็บไซต์ + อัพโหลดรูปโครงการจริง อย่างน้อยเดือนละ 2-3 รูป
- สร้างหน้า Location Pages: ถ้ารับงานหลายจังหวัด ให้สร้างหน้าย่อยต่อจังหวัด เช่น "/รับเหมาก่อสร้าง-กรุงเทพ" "/รับเหมาก่อสร้าง-ระยอง" พร้อมผลงานในพื้นที่นั้น
- ขอรีวิวจากลูกค้าจริง: รีวิวบน Google ดันอันดับ + สร้างความเชื่อมั่น — ขอลูกค้าที่พอใจเขียนรีวิวหลังส่งมอบงานทันที
2. Content Marketing — เขียนให้ผู้ว่าจ้างแก้ปัญหาได้
ผู้ว่าจ้างก่อสร้างมักมีปัญหาที่ Google ช่วยได้: "วิธีควบคุมงบก่อสร้างไม่ให้เกิน" "ต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตอะไรบ้าง" — ถ้าเว็บคุณตอบได้ Google จะนำคุณไปแสดง
- สร้าง How-to Guides: วิธีคำนวณราคาต่อเติมบ้าน / วิธีเลือกผู้รับเหมาที่ดี / ขั้นตอนอนุญาตก่อสร้าง ฯลฯ
- Case Study หน้าบล็อก: แชร์โครงการที่ทำสำเร็จ + บอกวิธีแก้ปัญหา — ตัวอย่าง: "ต่อเติมโรงงานไม่หยุดผลิต: เทคนิค prefab ที่เราใช้ทำให้เสร็จไวกว่าปกติ 40%"
- FAQ Pages: รวมคำถามที่ผู้ว่าจ้างถามบ่อย + ใส่ FAQ Schema เพื่อให้ติด Google Rich Snippets
3. Technical SEO — ให้เว็บโหลดไว บน Mobile
ผู้ว่าจ้างบางคนเปิดเว็บจาก site งานผ่าน smartphone — ถ้าเว็บโหลดช้ากว่า 3 วินาที พวกเขาปิดทันที
- Mobile-First Design: ต้องใช้งานได้ง่ายบน smartphone — ฟอร์มกรอกได้ รูปผลงานโหลดไว เบอร์โทรกดโทรได้ทันที
- Image Optimization: รูปผลงานมักใหญ่ (5-10 MB) — ต้อง compress เป็น WebP, ใช้ lazy loading ไม่งั้นเว็บช้า
- Core Web Vitals: Google วัดความเร็วเว็บ — เว็บที่ LCP < 2.5s, FID < 100ms, CLS < 0.1 ติดอันดับดีกว่าเว็บช้า
อ่านเพิ่มเติม: เทคนิคเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ให้โหลดไวภายใน 2 วินาที
Google Ads สำหรับก่อสร้าง: จ่ายเฉพาะตอนมีคนต้องการจ้างจริง
SEO ใช้เวลา 3-6 เดือนถึงเห็นผล แต่ Google Ads ให้คุณติดหน้าแรกได้ทันที — เหมาะกับบริษัทที่ต้องการ lead เร็ว หรือมีช่วง low season ที่ต้องการงานเข้า
3 Campaign Type สำหรับธุรกิจก่อสร้าง
1. Search Ads — โฆษณาตอนคนค้น Google
ตั้ง keyword ที่มี intent สูง เช่น:
- "รับเหมาก่อสร้าง [จังหวัด]"
- "รับเหมาต่อเติมบ้าน ราคา"
- "รับเหมาต่อเติมโรงงาน"
- "สถาปนิกออกแบบบ้าน [จังหวัด]"
โฆษณาจะปรากฏเหนือผล Google ธรรมดา — คลิกเท่านั้นถึงเสียเงิน (CPC เฉลี่ย 8-25 บาท/คลิก)
เทคนิค: ใช้ "Exact Match" สำหรับ keyword ที่แน่นอน + "Phrase Match" สำหรับ keyword รูปแบบใกล้เคียง — ไม่ควรใช้ "Broad Match" เพราะเสียเงินกับ keyword ไม่ตรงเป้า
2. Local Services Ads (Google Guaranteed) — คนที่ Google ยืนยันความน่าเชื่อถือให้
โฆษณาพิเศษที่ Google ตรวจสอบใบอนุญาต ประวัติบริษัท และคุณภาพบริการให้ — ติดข้างบน search result พร้อมเครื่องหมาย "Google Guaranteed"
ข้อดี: ผู้ว่าจ้างเชื่อถือมากกว่า ads ทั่วไป + จ่ายเฉพาะ lead ที่โทรมาจริง ไม่ใช่จ่าย per click
ข้อเสีย: ต้องผ่านการตรวจสอบ Google (ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์) และยังไม่เปิดให้ทุกหมวดธุรกิจก่อสร้างในไทย
3. Display Ads — Retarget คนที่เคยเข้าเว็บ
คนที่เข้าเว็บคุณครั้งแรกมักไม่ติดต่อทันที — พวกเขาเปรียบเทียบผู้รับเหมา 3-5 ราย ก่อนตัดสินใจ Display Ads ทำให้โลโก้คุณตามไปโชว์ต่อเว็บอื่นที่พวกเขาเปิด
เทคนิค: ตั้ง Retarget เฉพาะคนที่:
- เปิดหน้า portfolio > 30 วินาที
- เปิดหน้า service pages ≥ 2 หน้า
- เปิดฟอร์มแต่ไม่กรอก
→ คนกลุ่มนี้มี intent สูง ใช้โฆษณา "โทรปรึกษาฟรี ประเมินราคาไม่มีค่าใช้จ่าย" ดึงกลับมา
| Campaign Type | เหมาะกับ | CPA (Cost per Lead) |
|---|---|---|
| Search Ads | คนค้น keyword ที่ต้องการจ้างจริง | 300-800 บาท/lead |
| Local Services Ads | คนที่ต้องการผู้รับเหมาที่ Google verify แล้ว | 500-1,200 บาท/lead |
| Display Ads (Retarget) | คนที่เคยเข้าเว็บแต่ยังไม่ติดต่อ | 200-500 บาท/lead |
ข้อมูลโดยประมาณจากผลงาน VisionXBrain ที่ปรึกษา construction clients
Social Media สำหรับก่อสร้าง: แสดงผลงานให้คนเห็นทุกวัน
Social Media ไม่ใช่ช่องทางหลักของธุรกิจก่อสร้าง — แต่เป็นที่ที่ผู้ว่าจ้างมาเช็คว่าคุณยังทำงานอยู่ มีผลงานใหม่ไหม น่าเชื่อถือไหม
Facebook + Instagram Strategy สำหรับธุรกิจก่อสร้าง
1. โพสต์ Progress ผลงานจริง — before, during, after
ถ่าย time-lapse site งานทุกสัปดาห์ — ผู้ว่าจ้างอยากเห็นว่าคุณทำงานอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ จบออกมาเป็นอย่างไร
ตัวอย่าง caption: "โครงการปรับปรุงโรงงาน 3,500 ตร.ม. สัปดาห์ที่ 4: ติดตั้งโครงสร้างเหล็ก 80% เสร็จ ไม่มีวันหยุดงาน — กำหนดส่งมอบอีก 30 วัน"
2. Case Study แบบ Carousel — เล่าเรื่องทั้งโครงการใน 1 โพสต์
- รูป 1: ปัญหาเดิม (บ้านเก่า, โรงงานคับแคบ)
- รูป 2: แปลนออกแบบ
- รูป 3: ระหว่างก่อสร้าง
- รูป 4: หลังเสร็จ
- รูป 5: testimonial ลูกค้า
3. คลิปสั้น (Reels) — เทคนิคเฉพาะทางที่คนสนใจ
ตัวอย่างหัวข้อ:
- "3 สัญญาณว่าบ้านคุณต้องเสริมฐานราก"
- "ทำไมบ้านที่สูงต้องใช้เสาเข็มแบบนี้"
- "เทคนิคก่อสร้างไม่หยุดผลิตโรงงาน: ทำกะกลางคืน + ใช้ prefab"
คลิปสั้น 15-30 วินาที ทำให้คนจำชื่อบริษัทได้ + แชร์ง่าย
4. รีวิวลูกค้าแบบวิดีโอ — สร้างความน่าเชื่อถือสูงสุด
ถ่ายลูกค้าจริงที่พอใจ ให้เขาพูดว่า:
- เลือกใช้บริการเราทำไม
- กังวลอะไรก่อนจ้าง
- ประทับใจอะไรที่สุด
- แนะนำคนอื่นไหม
1 รีวิววิดีโอ 30 วินาที ดีกว่า caption เขียนยาว 10 โพสต์
Case Study: บริษัทก่อสร้าง A ใช้ Digital Marketing เพิ่ม Lead x5 ใน 6 เดือน
ปัญหาเดิม: บริษัทก่อสร้างรายหนึ่งในภาคตะวันออก รับงานส่วนใหญ่จากคนรู้จัก — ปี 2024 งานลดลง 40% เพราะคนรู้จักลดลงทุน และไม่มีช่องทางหา lead ใหม่
โจทย์: ต้องการ lead จากผู้ว่าจ้างที่ไม่รู้จัก — งบ digital marketing เดือนละ 30,000 บาท
กลยุทธ์ที่ VisionXBrain ออกแบบให้
- สร้างเว็บไซต์ Portfolio ใหม่ (Webflow CMS)
- แสดงผลงาน 20+ โครงการ พร้อม before-after ที่ชัดเจน
- แยก service pages ตาม keyword: "รับเหมาก่อสร้างโรงงาน" "ต่อเติมอาคารสูง" "ปรับปรุงโครงสร้าง"
- ใส่ Case Study 5 โครงการ — บอกปัญหา วิธีแก้ ผลลัพธ์ ระยะเวลา งบประมาณ
- ใส่ฟอร์มขอใบเสนอราคา ทุกหน้า (แต่ไม่รบกวน)
- Google Ads — Search Ads 15,000 บาท/เดือน
- ตั้ง exact match: "รับเหมาก่อสร้าง ระยอง" "รับเหมาต่อเติมโรงงาน ชลบุรี" ฯลฯ
- โฆษณาจบด้วย "ประเมินราคาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายจนกว่าเริ่มงาน"
- Landing page ชี้ไปหน้า service ที่ตรง keyword + ฟอร์ม
- Local SEO — Google Business Profile + รีวิว
- อัพโหลดรูปโครงการใหม่ทุกสัปดาห์
- ขอลูกค้าที่พอใจ 10 ราย เขียนรีวิวบน Google
- ตอบรีวิวทุกรีวิวภายใน 24 ชั่วโมง
- Facebook — โพสต์ progress ผลงานทุกสัปดาห์
- โพสต์ site visit photo + time-lapse ทุกศุกร์
- โพสต์ case study carousel ทุก 2 สัปดาห์
- ตั้ง Facebook Ads retarget คนที่เข้าเว็บ (งบ 5,000 บาท/เดือน)
- Content Marketing — บล็อก 1 บทความ/เดือน
- หัวข้อ: "วิธีคำนวณงบต่อเติมโรงงาน" "ขั้นตอนอนุญาตก่อสร้าง" ฯลฯ
- ตั้งเป้าติดอันดับ keyword รอง
ผลลัพธ์หลัง 6 เดือน
| Metric | ก่อนใช้ Digital Marketing | หลัง 6 เดือน | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| Lead ต่อเดือน | 3-5 lead/เดือน (จากคนรู้จัก) | 18 lead/เดือน | +360% |
| Conversion Rate | - | 22% (4 ใน 18 lead ปิดดีล) | - |
| Cost per Lead | - | 1,667 บาท/lead (30,000÷18) | - |
| Organic Traffic | ~50 visits/เดือน | 420 visits/เดือน | +740% |
| Google Search Ranking | ไม่ติดหน้าแรก | อันดับ 3-5 สำหรับ 8 keywords | - |
เครื่องมือที่ใช้: Webflow (เว็บไซต์), Google Ads, Google Analytics 4, Facebook Ads Manager, Google Business Profile
Lesson Learned: เดือนแรก lead มาจาก Google Ads เกือบทั้งหมด — หลังเดือนที่ 3 SEO เริ่มส่ง lead เข้ามาฟรีจาก organic search ทำให้ cost per lead ลดลงเรื่อยๆ
ช่องทาง Digital Marketing สำหรับก่อสร้าง: จัดลำดับความสำคัญ
งบ digital marketing จำกัด ควรลงเงินตรงไหนก่อน — ตารางนี้เรียงลำดับตาม ROI
| ช่องทาง | เป้าหมาย | งบแนะนำ | เวลาเห็นผล | ความสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| เว็บไซต์ Portfolio | ให้ผู้ว่าจ้างเห็นผลงาน เช็คความน่าเชื่อถือ | 80,000-150,000 บาท (one-time) | ทันที | ⭐⭐⭐ สูงสุด |
| Google Business Profile | ติดอันดับ local search + แสดงรีวิว | ฟรี (ใช้เวลาจัดการเอง) | 1-2 เดือน | ⭐⭐⭐ สูงสุด |
| Google Ads (Search) | ได้ lead เร็ว จาก keyword intent สูง | 15,000-40,000 บาท/เดือน | ทันที | ⭐⭐⭐ สูง |
| SEO (Local + Content) | ติดอันดับ Google ฟรี ระยะยาว | 20,000-50,000 บาท/เดือน (ถ้าจ้าง agency) | 3-6 เดือน | ⭐⭐⭐ สูง |
| Facebook / Instagram | สร้างความน่าเชื่อถือ แสดงผลงาน | 5,000-15,000 บาท/เดือน (ads) + เวลาโพสต์ | 1-3 เดือน | ⭐⭐ กลาง |
| Retargeting Ads | ดึงคนที่เคยเข้าเว็บกลับมา | 5,000-10,000 บาท/เดือน | ทันที | ⭐⭐ กลาง |
| Content Marketing (Blog) | ตอบคำถาม ติด keyword รอง | 10,000-25,000 บาท/เดือน | 3-6 เดือน | ⭐ ต่ำ (แต่ดีระยะยาว) |
แผน Digital Marketing สำหรับบริษัทก่อสร้าง — เริ่มต้นจากศูนย์
เดือนที่ 1: สร้างฐาน
- ทำเว็บไซต์ portfolio พร้อมฟอร์มติดต่อ
- ตั้ง Google Business Profile + อัพโหลดรูป 10 รูป + ขอรีวิว 3 รีวิวจากลูกค้าเก่า
- ตั้ง Facebook Page + โพสต์ผลงาน 5 โครงการย้อนหลัง
เดือนที่ 2-3: เปิด Ads
- เริ่ม Google Search Ads งบ 15,000 บาท/เดือน
- ติดตั้ง Google Analytics 4 + Google Tag Manager เพื่อดู conversion
- เริ่มทำ SEO: keyword research + แก้ title/meta + เขียนบล็อก 1 บทความ
เดือนที่ 4-6: Scale Up
- เพิ่มงบ Google Ads ถ้า cost per lead ต่ำกว่า 1,000 บาท
- เพิ่ม Facebook Ads retargeting งบ 5,000 บาท/เดือน
- ตั้ง Google Ads Retargeting (Display Network)
- เขียนบล็อก 2 บทความ/เดือน เพื่อเพิ่ม organic traffic
เครื่องมือ Digital Marketing สำหรับธุรกิจก่อสร้าง
| เครื่องมือ | ใช้ทำอะไร | ราคา |
|---|---|---|
| Webflow | สร้างเว็บไซต์ portfolio — แก้ง่าย ไม่ต้องโค้ด | $23-39/เดือน |
| Google Analytics 4 | วัด traffic, conversion, bounce rate | ฟรี |
| Google Tag Manager | ติดตั้ง tracking code ง่าย | ฟรี |
| Google Search Console | ดู keyword ที่คนค้นเจอเว็บ + แก้ปัญหา SEO | ฟรี |
| Google Business Profile | ติด Google Maps + Local Search | ฟรี |
| Google Ads | โฆษณาบน Google Search + Display Network | จ่าย per click (8-25 บาท/คลิก) |
| Facebook Ads Manager | โฆษณาบน Facebook + Instagram | จ่าย per impression/click |
| Semrush / Ahrefs | Keyword research + ดูคู่แข่ง | $129-249/เดือน |
| Canva Pro | ทำกราฟิกโพสต์ social media | $15/เดือน |
วิธีวัด ROI ของ Digital Marketing สำหรับก่อสร้าง
ลงทุน digital marketing 30,000 บาท/เดือน คุ้มไหม — ต้องคำนวณ ROI
สูตร ROI สำหรับธุรกิจก่อสร้าง
ROI = (รายได้จาก lead - ต้นทุน digital marketing) ÷ ต้นทุน digital marketing × 100
ตัวอย่าง:
- ต้นทุน digital marketing: 30,000 บาท/เดือน
- Lead ได้: 18 lead/เดือน
- Conversion rate: 22% (ปิดดีล 4 โครงการ)
- รายได้เฉลี่ยต่อโครงการ: 500,000 บาท
- Profit margin: 20% (กำไร 100,000 บาท/โครงการ)
คำนวณ:
- รายได้ทั้งหมด: 4 โครงการ × 100,000 บาท = 400,000 บาท
- ROI = (400,000 - 30,000) ÷ 30,000 × 100 = 1,233%
หมายความว่า: ลงทุน 1 บาท ได้กลับมา 12.33 บาท
KPI ที่ต้องติดตาม
| KPI | เป้าหมาย | วัดยังไง |
|---|---|---|
| Website Traffic | +20% ทุกเดือน (ช่วงแรก) | Google Analytics 4 |
| Lead ต่อเดือน | 15-30 lead/เดือน (ขึ้นกับงบ) | ฟอร์มติดต่อ + โทรเข้า |
| Cost per Lead | < 2,000 บาท/lead | ต้นทุน ads ÷ จำนวน lead |
| Conversion Rate (Lead → Deal) | 15-25% | CRM / Excel |
| Google Search Ranking | หน้า 1 สำหรับ 5+ keywords | Google Search Console / Semrush |
| Google Business Profile Views | +30% ทุกเดือน | Google Business Profile Insights |
Checklist: วางแผน Digital Marketing สำหรับก่อสร้าง
ก่อนเริ่ม
- รวบรวมรูปผลงาน 20+ โครงการ (before-after ที่ชัดเจน)
- เตรียม case study 3-5 โครงการ (ปัญหา วิธีแก้ ผลลัพธ์)
- ตั้งงบ digital marketing 6 เดือนแรก (แนะนำ 30,000-50,000 บาท/เดือน)
- เลือก KPI หลัก 3 ตัว ที่จะติดตาม
เดือนที่ 1
- สร้างเว็บไซต์ portfolio พร้อม CMS (แนะนำ Webflow)
- แยก service pages ตาม keyword (รับเหมาก่อสร้าง, ต่อเติมบ้าน, ต่อเติมโรงงาน ฯลฯ)
- ใส่ case study 3-5 โครงการ
- ตั้ง Google Business Profile + อัพโหลดรูป 10 รูป
- ขอรีวิวจากลูกค้าเก่า 5 ราย
- ตั้ง Facebook Page + โพสต์ผลงาน 5 โครงการ
เดือนที่ 2-3
- เปิด Google Search Ads — ตั้ง exact match keywords 10-15 ตัว
- ติดตั้ง Google Analytics 4 + Google Tag Manager
- ทำ keyword research — หา 20 keywords ที่ผู้ว่าจ้างค้นจริง
- เขียนบล็อก 1 บทความ (How-to Guide)
- โพสต์ Facebook ทุกสัปดาห์ — progress ผลงาน + case study
เดือนที่ 4-6
- เพิ่มงบ Google Ads ถ้า cost per lead < 2,000 บาท
- เปิด Facebook Ads retargeting งบ 5,000 บาท/เดือน
- เขียนบล็อก 2 บทความ/เดือน
- ตั้ง Local SEO — สร้างหน้า location pages ถ้ารับงานหลายจังหวัด
- ขอรีวิวเพิ่มจากลูกค้าใหม่
เดือนที่ 7+
- วิเคราะห์ keyword ที่ติดอันดับแล้ว — เขียนบล็อกเพิ่มเติมใน topic ที่มี traction
- ทดสอบ Local Services Ads (Google Guaranteed)
- ทดสอบ video testimonial ลูกค้าจริง
- Scale up งบ ads ถ้า ROI > 500%
บทสรุป: Digital Marketing สำหรับก่อสร้าง คือ เครื่องจักรสร้าง Lead ที่รันตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัทก่อสร้างที่เติบโตในยุค 2026 ไม่รอให้ลูกค้ามาเจอ — พวกเขาลงทุนในช่องทางดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อ:
- สร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านเว็บไซต์ portfolio ที่แสดงผลงานจริง + case study ที่บอกวิธีแก้ปัญหา
- ติดหน้าแรก Google ผ่าน SEO + Google Ads — ตอนที่ผู้ว่าจ้างค้น keyword intent สูง
- แสดงผลงานทุกวัน ผ่าน Facebook + Instagram — ให้คนเห็นว่าคุณยังทำงานอยู่ น่าเชื่อถือ
- ดึงคนกลับมา ผ่าน Retargeting Ads — ทำให้คนที่เคยเข้าเว็บแต่ยังไม่ติดต่อ กลับมาติดต่อ
ทั้งหมดนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง — ไม่ต้องรอ referral ไม่ต้องเสียเวลาเจอลูกค้าที่ไม่จริงจัง
VisionXBrain ช่วยบริษัทก่อสร้างสร้างเว็บไซต์ที่ขายได้ + วาง digital marketing strategy
เว็บ portfolio ที่มี CMS จัดการผลงานเอง พร้อม SEO structure สำหรับติดอันดับ Google ตั้งแต่วันแรก — ผลงาน 80+ ลูกค้า 6 ประเทศ Clutch 5.0
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — Digital Marketing สำหรับธุรกิจก่อสร้าง
1. ธุรกิจก่อสร้างควรเริ่ม digital marketing จากอะไรก่อน
เริ่มจากเว็บไซต์ portfolio + Google Business Profile ก่อน — 2 อย่างนี้เป็นฐานที่ทุกช่องทางอื่น (Google Ads, Facebook, SEO) จะชี้มา ถ้าไม่มีเว็บหรือไม่มี Google Maps ลูกค้าที่คลิกโฆษณามาจะไม่เชื่อถือ
2. ใช้งบ digital marketing เท่าไหร่ถึงจะเห็นผล
แนะนำเริ่มที่ 30,000-50,000 บาท/เดือน สำหรับ 6 เดือนแรก — แบ่งเป็น Google Ads 15,000 บาท, SEO 10,000 บาท, Facebook Ads 5,000 บาท ถ้างบต่ำกว่านี้ แนะนำมุ่ง SEO + Google Business Profile ก่อน (ใช้เวลามากกว่าแต่ฟรี)
3. SEO vs Google Ads อันไหนดีกว่าสำหรับธุรกิจก่อสร้าง
Google Ads ได้ lead เร็ว (ทันทีหลังเปิด campaign) แต่ต้องจ่ายต่อเนื่อง — SEO ใช้เวลา 3-6 เดือนถึงเห็นผล แต่หลังติดอันดับแล้วได้ lead ฟรีต่อเนื่อง ทำควบคู่กันดีที่สุด: Ads ให้ lead ระหว่างที่รอ SEO ขึ้น
4. ธุรกิจก่อสร้างต้องใช้ Facebook / Instagram ไหม
ไม่บังคับ แต่แนะนำ — ผู้ว่าจ้างมักเช็ค Facebook ก่อนตัดสินใจจ้าง เพื่อดูว่าบริษัทยังทำงานอยู่ มีผลงานใหม่ไหม มีคนรีวิวอย่างไร ไม่จำเป็นต้องโพสต์ทุกวัน แต่โพสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะดีกว่าไม่โพสต์เลย
5. วัด ROI ของ digital marketing สำหรับก่อสร้างยังไง
ติดตาม: (1) จำนวน lead ต่อเดือน (2) cost per lead (3) conversion rate lead → deal (4) รายได้จากโครงการที่มาจาก digital — ถ้า ROI > 300% ถือว่าคุ้ม (ลงทุน 1 บาท ได้กลับมา 3 บาท) ส่วนใหญ่ธุรกิจก่อสร้างที่ทำจริงจังได้ ROI 500-1,500%
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





