วิธีเขียนหน้า Why Us ที่โดดเด่นและ Convert ได้จริง

หน้า Why Us คือหน้าที่ตัดสินว่าลูกค้าจะ "เลือกคุณ" หรือ "ปิดแท็บ" — ไม่ใช่หน้า About Us ที่เล่าประวัติบริษัท แต่เป็นหน้าที่ต้อง copywriting ให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า" ภายใน 5 วินาทีแรก
บทความนี้จาก Vision X Brain รวมเทคนิค copywriting สำหรับหน้า Why Us โดยเฉพาะ — ตั้งแต่โครงสร้าง, UX design, ไปจนถึง conversion rate optimization ที่ใช้จริงกับลูกค้ากว่า 80 โปรเจกต์
ทำไมหน้า Why Us ถึงสำคัญ
1. เป็นจุดตัดสินใจสุดท้ายของ Buyer Journey
ลูกค้าที่มาถึงหน้า Why Us คือคนที่ "สนใจแล้ว" แต่ยังไม่มั่นใจ — กำลังเปรียบเทียบระหว่างคุณกับคู่แข่ง หน้านี้ต้อง copywriting ให้ปิดข้อสงสัยทุกข้อภายในหน้าเดียว
2. ส่งผลตรงต่อ Conversion Rate
หน้า Why Us ที่ดีสามารถเพิ่ม conversion rate ได้ 30-50% เพราะลดความลังเลของลูกค้า การทำ conversion rate optimization บนหน้านี้ให้ ROI สูงที่สุดเพราะ traffic ที่มาถึงหน้านี้มี intent สูงอยู่แล้ว
3. สร้าง Trust ก่อน Contact
ลูกค้า B2B ไม่กดติดต่อถ้ายังไม่มั่นใจ — หน้า Why Us ที่ดีต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่าน proof ไม่ใช่คำพูด ตัวเลขจริง case study จริง ลูกค้าจริง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้หน้า Why Us ไม่ convert
| ข้อผิดพลาด | ทำไมถึงไม่ได้ผล | แก้ยังไง |
|---|---|---|
| เขียนว่า "เราเป็นมืออาชีพ" | ทุกบริษัทพูดเหมือนกัน ไม่มี differentiation | ใช้ตัวเลขเฉพาะ: "ส่งมอบ 80+ โปรเจกต์ใน 3 ปี" |
| ใส่ feature list ยาว | ลูกค้าไม่สนใจ feature สนใจ outcome | เปลี่ยน feature เป็น benefit: "เว็บโหลดใน 1.2 วิ → Conversion เพิ่ม 35%" |
| ไม่มี social proof | คำพูดไม่มี proof = ไม่น่าเชื่อ | ใส่ testimonial, logo ลูกค้า, case study ตัวเลขจริง |
| CTA ไม่ชัด | อ่านจบแล้วไม่รู้ต้องทำอะไร | CTA เดียว ชัดเจน: "นัดคุยฟรี 30 นาที" |
| UX design ไม่เอื้อให้อ่าน | ข้อมูลเยอะแต่จัดไม่ดี สายตาไม่รู้จะดูตรงไหน | ใช้ visual hierarchy: heading → subheading → proof → CTA |
โครงสร้างหน้า Why Us ที่ได้ผลจริง
Section 1: Headline ที่บอก Outcome ไม่ใช่ Feature
Headline ต้อง copywriting ให้ตอบคำถาม "ทำไมต้องเลือกคุณ" ภายใน 1 ประโยค ไม่ใช่ "ทำไมเราถึงเก่ง" แต่คือ "ลูกค้าได้อะไร"
ตัวอย่าง:
- แย่: "เราเป็นบริษัทรับทำเว็บชั้นนำ"
- ดี: "เว็บที่สร้างรายได้ ไม่ใช่แค่เว็บสวย — 80+ โปรเจกต์ที่พิสูจน์แล้ว"
Section 2: Unique Value Proposition (3-5 ข้อ)
แต่ละ UVP ต้องมี 3 ส่วน: statement + proof + benefit
- Statement: สิ่งที่คุณทำได้ (เฉพาะเจาะจง)
- Proof: ตัวเลข หรือ case study ที่พิสูจน์
- Benefit: ลูกค้าได้อะไร (เป็น outcome ไม่ใช่ feature)
ตัวอย่างจาก Webflow Design ของ VXB: "เว็บ Webflow โหลดใน 1.2 วินาที — PageSpeed 95+ ทุกโปรเจกต์ → ลูกค้าไม่กดออก Conversion สูงขึ้น 35%"
Section 3: Social Proof (ให้คนอื่นพูดแทน)
Social proof บนหน้า Why Us ต้อง specific ไม่ใช่ generic:
- Testimonial: ใช้ชื่อจริง ตำแหน่งจริง บริษัทจริง — "ยอด Booking เพิ่ม x24 ใน 6 เดือน" (Camping Khaoyai)
- Logo Bar: แสดง logo ลูกค้าที่รู้จัก
- ตัวเลข: "80+ โปรเจกต์", "3 ประเทศ", "96 avg PageSpeed"
Section 4: Process (ลดความกังวล)
ลูกค้ากลัวว่า "จ้างแล้วจะเป็นยังไง" — แสดง process ชัดเจน 3-5 ขั้นตอน ช่วยลดความไม่แน่ใจ:
- Step 1: คุยเข้าใจธุรกิจ (ฟรี 30 นาที)
- Step 2: วาง strategy + wireframe
- Step 3: design + develop
- Step 4: launch + optimize
Section 5: CTA เดียว ชัดเจน
อย่าใส่ CTA 5 อัน — ใส่ 1 อัน ที่ลูกค้ารู้ทันทีว่าต้องทำอะไร พร้อม microcopy ลดความกลัว: "ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย"
เทคนิค Copywriting สำหรับหน้า Why Us
1. ใช้ "You" ไม่ใช่ "We"
เปลี่ยนจาก "เราเชี่ยวชาญ Webflow" เป็น "คุณจะได้เว็บที่โหลดเร็ว ดูแลง่าย ไม่ต้องจ้าง developer" — copywriting ที่ดีต้องให้ลูกค้าเห็นตัวเองใน outcome
2. Before/After ดีกว่า Feature List
แทนที่จะ list feature 10 ข้อ ให้แสดง before/after ของลูกค้าจริง:
- Before: เว็บเก่า PageSpeed 34, Organic Traffic 200/เดือน
- After: CRO + Webflow → PageSpeed 96, Organic Traffic x28 ใน 8 เดือน
3. จัดการกับ Objection ก่อนลูกค้าถาม
ลูกค้ามี objection ในหัวเสมอ — หน้า Why Us ที่ดีต้อง address ทุกข้อ:
- "แพงไปไหม?" → แสดง ROI: "ลงทุน X ได้คืน 10X ใน 6 เดือน"
- "นานแค่ไหน?" → "เสร็จใน 2-3 สัปดาห์ ตอบไว 24 ชม."
- "ทำเองได้ไหม?" → "ได้ แต่ใช้เวลา 3 เดือนและต้องจ้าง developer แยก"
4. ใช้ตัวเลขเสมอ
สมองประมวลผลตัวเลขเร็วกว่าข้อความ — "ประสบการณ์มาก" ไม่มีพลังเท่า "80+ โปรเจกต์ 3 ประเทศ" ทุก claim ต้องมีตัวเลขกำกับ
UX Design สำหรับหน้า Why Us
Visual Hierarchy ที่ถูกต้อง
UX design ของหน้า Why Us ต้อง guide สายตาจากบนลงล่างตาม conversion funnel:
- Above the fold: Headline + subheadline + hero metric (1 ตัวเลขสำคัญ)
- กลางหน้า: UVP cards + social proof + before/after
- ล่างหน้า: Process → CTA
Mobile-First
70%+ ของ traffic มาจากมือถือ — หน้า Why Us ต้องทำงานบน mobile ก่อน อ่านง่าย scroll ได้เร็ว CTA ใหญ่พอกดได้ Shopify Store และ Webflow ที่ VXB สร้างให้ลูกค้าทุกเว็บเป็น mobile-first เสมอ
Case Study: หน้า Why Us ของ Vision X Brain
เว็บ VisionXBrain เองใช้หน้า Why Us ที่มีครบทุกองค์ประกอบ:
- Headline: ไม่พูดว่า "เราเก่ง" แต่แสดง outcome: "เว็บที่สร้างรายได้ ไม่ใช่แค่เว็บสวย"
- UVP: 5 ข้อ แต่ละข้อมีตัวเลข — 80+ โปรเจกต์, PageSpeed 96, ตอบไว 24 ชม.
- Social Proof: Case study จริง — Camping Khaoyai ยอด booking x24, Addit ยอดสั่งซื้อ x30, OD Prama traffic x28
- Process: 4 ขั้นตอนชัดเจน พร้อม timeline
- CTA: "นัดคุยฟรี 30 นาที" — ปุ่มเดียว ชัดเจน
ผลลัพธ์: Conversion rate จากหน้า Why Us สูงกว่าหน้าอื่น 3 เท่า เพราะ traffic ที่มาถึงมี intent สูง + copywriting ปิด objection ครบ
Conversion Rate Optimization Checklist สำหรับหน้า Why Us
| Item | เช็ค |
|---|---|
| Headline บอก outcome ไม่ใช่ feature | ต้องตอบ "ลูกค้าได้อะไร" ใน 1 ประโยค |
| UVP แต่ละข้อมีตัวเลข | ห้ามเขียนลอยๆ ไม่มี proof |
| Social proof ใช้ชื่อจริง | Testimonial + logo + case study ตัวเลข |
| Address objection ครบ | ราคา, เวลา, ทำเองได้ไหม |
| CTA ชัดเจน 1 อัน | ปุ่มเดียว + microcopy ลดความกลัว |
| Mobile-first UX design | ทดสอบบนมือถือจริง font อ่านง่าย ปุ่มกดง่าย |
| Page speed ต่ำกว่า 3 วินาที | ลด image, lazy load, optimize code |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หน้า Why Us กับ About Us ต่างกันยังไง?
About Us เล่าประวัติบริษัท ส่วน Why Us มีเป้าหมายเดียวคือ convert — ต้อง copywriting ให้ลูกค้าเห็นว่าเลือกคุณแล้วได้อะไร ไม่ใช่เล่าว่าคุณเป็นใคร
ควรใส่ราคาในหน้า Why Us ไหม?
ขึ้นอยู่กับธุรกิจ B2B มักไม่ใส่ราคาตรงๆ แต่ใส่ ROI: "ลงทุน X ได้คืน 10X" ดีกว่า ถ้า B2C ราคาชัดเจน ใส่ได้เลยพร้อม comparison table
หน้า Why Us ควรยาวแค่ไหน?
ไม่มีกฎตายตัว แต่ต้อง "ยาวพอ" ที่จะตอบทุก objection ของลูกค้า ปกติ 500-1,000 คำ + visual elements ถ้าสั้นเกินลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยาวเกินลูกค้าไม่อ่าน
Testimonial ควรใส่กี่อัน?
3-5 อัน เลือกที่ตรง target audience ที่สุด ใช้ชื่อจริง ตำแหน่งจริง ถ้ามี before/after ตัวเลข impact สูงกว่า testimonial ที่พูดลอยๆ
สรุป
หน้า Why Us ที่ convert ได้ดีไม่ใช่เรื่องของ design สวย — แต่คือ copywriting ที่ตอบทุกคำถามในหัวลูกค้า มี proof ทุกข้อ มี CTA ชัดเจน 1 อัน ใช้ UX design ที่ guide สายตาจาก headline ไปถึงปุ่มติดต่อ
ถ้าต้องการทีมที่ทั้ง design และ copywriting หน้า Why Us ให้ convert — ปรึกษา Vision X Brain
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





