🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

การตลาดที่ได้ผลสำหรับโรงเรียนกวดวิชา: ใช้เว็บไซต์เพื่อสร้างแบรนด์และดึงดูดนักเรียน

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

ทำไมการตลาดสำคัญกับโรงเรียนกวดวิชา

โรงเรียนกวดวิชาในไทยมีมากกว่า 8,000 แห่ง (ข้อมูลจาก สศช.) แข่งขันสูงมาก — แต่ที่ปิดตัวไปเฉลี่ย 30% ใน 3 ปีแรก ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะสอนไม่ดี แต่เพราะไม่มีนักเรียนพอ

การตลาดสำหรับโรงเรียนกวดวิชาไม่ใช่แค่โปสเตอร์ปิดตามป้ายรถเมล์ — ปี 2026 พ่อแม่หาข้อมูลผ่าน Google, Facebook และเว็บไซต์ 87% ก่อนตัดสินใจลงทะเบียน (Google Consumer Insights) ถ้าไม่มีเว็บ ไม่มี SEO ไม่มี review ออนไลน์ = เสียโอกาสเฉลี่ย 40-60% ของนักเรียนใหม่

ปัญหาการตลาดที่โรงเรียนกวดวิชามักพบ

  • พ่อแม่หาไม่เจอ: Google "กวดวิชา [ย่าน]" ไม่ขึ้นในผลลัพธ์ → SEO Local ไม่มี
  • ไม่รู้จักแบรนด์: โรงเรียนใหม่ไม่มีชื่อเสียง พ่อแม่เลือกเจ้าเดิม → ต้องสร้างความน่าเชื่อถือผ่าน content + review
  • ช่องทางกระจาย: โปรโมชั่นบน Facebook, LINE OA, เว็บ ไม่เชื่อมกัน → lead หล่นหาย
  • ไม่รู้ว่าช่องทางไหนได้ผล: ไม่ track conversion → ไม่รู้ว่าเงิน Ads 20,000 บาทปิดได้กี่คน

กลยุทธ์การตลาดสำหรับโรงเรียนกวดวิชา

1. SEO Local — ขึ้น Google Map และ Search

พ่อแม่ค้น "กวดวิชา [ย่าน]" 8,100 ครั้ง/เดือน (Keyword Planner) — ถ้าไม่ขึ้นหน้าแรก Google เสียโอกาส 75% ของ organic traffic

ต้องทำอะไร:

  • สร้าง Google Business Profile: กรอกครบทุกช่อง (ที่อยู่, เบอร์โทร, เวลาทำการ, หมวดหมู่ "ศูนย์กวดวิชา")
  • รูปภาพคุณภาพสูง: อัพรูปห้องเรียน, ครูผู้สอน, นักเรียนเรียน (ขออนุญาตก่อน) อย่างน้อย 10 รูป
  • ขอ review: พ่อแม่ที่พอใจให้ review 5 ดาวบน Google → ยิ่งมีเยอะยิ่งขึ้นอันดับ
  • ใส่ keyword ใน website: หน้า title, meta description, heading ต้องมี "กวดวิชา [ย่าน]" "ติว [วิชา]" "สอบเข้า [โรงเรียน/มหาวิทยาลัย]"
  • สร้าง blog content: เช่น "5 วิธีติว TGAT ให้ได้คะแนนเต็ม" "เทคนิคจำสูตร คณิต ม.ปลาย" → ดึง traffic ที่ค้นวิธีเรียน

2. Google Ads — โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก

SEO ใช้เวลา 3-6 เดือนถึงจะเห็นผล — ถ้าต้องการนักเรียนเร็ว ใช้ Google Ads เข้าไว

Campaign ที่ควรมี:

  • Search Ads: ประมูลคำค้น "กวดวิชา [ย่าน]" "ติว TGAT" "เตรียมสอบเข้า" CPC เฉลี่ย 8-15 บาท/คลิก
  • Performance Max: โฆษณาแบบ AI เลือกรูป/ข้อความ/ช่องทางอัตโนมัติ (Search, Display, YouTube พร้อมกัน) — เหมาะถ้างบน้อย
  • Retargeting: แสดงโฆษณาให้คนที่เข้าเว็บแล้วแต่ไม่ลงทะเบียน → เตือนด้วย "โปรโมชั่นลงทะเบียนลด 20%"

งบประมาณแนะนำ: 10,000-30,000 บาท/เดือน สำหรับโรงเรียนกวดวิชาเล็ก-กลาง (คาด lead 50-150 คน conversion 10-20%)

3. Facebook & Instagram Ads — เข้าถึงพ่อแม่และนักเรียน

Facebook ยังเป็นช่องทาง #1 สำหรับโรงเรียนกวดวิชาในไทย — พ่อแม่อายุ 35-50 ปี ใช้ Facebook มากกว่า Instagram; นักเรียน ม.ปลาย - ปวช. ใช้ Instagram/TikTok มากกว่า

Content ที่ทำได้:

  • Student testimonials: วิดีโอนักเรียนเล่าว่าเรียนแล้วเข้าโรงเรียน/มหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ยังไง
  • Live ติว: ครูสอน live 15-30 นาที ติววิชายาก (ฟิสิกส์, คณิต) → ดึงคนดู แล้ว CTA "สมัคร trial ฟรี"
  • Before/After: ผลคะแนนก่อน-หลังเรียน (ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง)
  • โปรโมชั่น: "ลงทะเบียนภายใน 7 วัน ลด 20%" "เรียนครบ 3 เดือน แถมฟรี 1 เดือน"

Targeting:

  • Location: รัศมี 5-10 กม. จากโรงเรียน
  • Age: 30-55 (พ่อแม่) + 13-18 (นักเรียน)
  • Interest: การศึกษา, เตรียมสอบ, โรงเรียนชื่อดัง, มหาวิทยาลัย
  • Behavior: มีบุตร, เคยค้นเรื่องการศึกษา

4. เว็บไซต์ — Hub ที่รวมทุกอย่าง

โรงเรียนกวดวิชาหลายแห่งมีแค่ Facebook Page — พอพ่อแม่อยากรู้ข้อมูลเพิ่ม (ตารางเรียน, ราคา, ครูผู้สอน) ต้องโทรถาม ซึ่ง 60% ไม่โทร (HubSpot Study)

หน้าที่เว็บต้องมี:

หน้า ต้องมีอะไร
Home Value proposition (ติวอะไร, เน้นที่ไหน, ทำไมต้องเลือกเรา), social proof (รีวิว, ผลงานนักเรียน), CTA (ลงทะเบียน, ติดต่อ)
หลักสูตร รายละเอียดแต่ละวิชา, ตารางเรียน, ราคา, ความยาวคอร์ส, ครูผู้สอน
ครูผู้สอน รูป, ชื่อ, ประวัติ, วิชาที่สอน, ประสบการณ์ (สร้างความน่าเชื่อถือ)
Review/Testimonials รีวิวพ่อแม่ + นักเรียน, ผลคะแนนก่อน-หลัง, วิดีโอ testimonial
Contact/ลงทะเบียน Form ลงทะเบียน (ชื่อ, เบอร์, หลักสูตรสนใจ), Google Map, LINE OA link, เบอร์โทร
Blog เทคนิคติว, วิธีเรียน, ข่าวการศึกษา (ดึง SEO traffic)

5. LINE Official Account — ติดต่อสะดวก

คนไทยใช้ LINE 95% (Hootsuite 2025) — มีปุ่ม "เพิ่มเพื่อน" บนเว็บ + Facebook ทำให้พ่อแม่ถามง่าย ไม่ต้องโทร

ใช้ LINE OA ทำอะไร:

  • Auto reply: ตอบ "สอบถามหลักสูตร" → ส่งลิงค์หน้าหลักสูตร + ราคา
  • Broadcast: ส่งข่าว (เปิดรับสมัครรอบใหม่, โปรโมชั่น) ไปหาคนที่เคยถาม
  • Chatbot: ตั้ง bot ตอบคำถามง่ายๆ (เวลาเปิด-ปิด, ตำแหน่งโรงเรียน) อัตโนมัติ
  • Rich Menu: ปุ่มด่วน (ลงทะเบียน, โปรโมชั่น, ติดต่อครู)

6. Social Proof — Review & Testimonials

พ่อแม่ตัดสินใจลงทะเบียนจาก review 88% (BrightLocal) — โรงเรียนที่มี review 5 ดาว 20+ รีวิว ได้นักเรียนเยอะกว่าที่ไม่มี 3 เท่า

วิธีขอ review:

  1. หลังสอบเสร็จ/ประกาศผลสอบ → ขอให้พ่อแม่รีวิวบน Google/Facebook (ถ้าพอใจ)
  2. ให้ incentive เล็กน้อย: ส่วนลด 5% รอบถัดไป/ของที่ระลึก (ห้ามซื้อ review ปลอม!)
  3. ถ่าย video testimonial: นักเรียนเล่าประสบการณ์เรียน → โพสต์ Facebook/YouTube/เว็บ

เปรียบเทียบช่องทางการตลาดโรงเรียนกวดวิชา

ช่องทาง เป้าหมาย งบประมาณแนะนำ ใช้เวลา ผลลัพธ์คาดหวัง
SEO Local พ่อแม่ค้น "กวดวิชา [ย่าน]" 0-5,000 บาท/เดือน (ถ้าทำเอง) 3-6 เดือนเห็นผล Organic traffic 50-200 คน/เดือน
Google Ads พ่อแม่ที่กำลังหา 10,000-30,000 บาท/เดือน 1-2 สัปดาห์เห็นผล Lead 50-150 คน/เดือน (conversion 10-20%)
Facebook/IG Ads พ่อแม่ + นักเรียนในพื้นที่ 5,000-20,000 บาท/เดือน 1 สัปดาห์เห็นผล Reach 10,000-50,000 คน, lead 30-100 คน
เว็บไซต์ คนที่เข้ามาจาก Ads/SEO 10,000-50,000 บาท (ครั้งเดียว) 2-4 สัปดาห์สร้าง Conversion rate +20-40% vs ไม่มีเว็บ
LINE OA คนที่สนใจอยากถามต่อ 0-500 บาท/เดือน (plan ฟรี-Pro) Setup 1 วัน Response rate 60-80% (สูงกว่าโทร)
Social Proof พ่อแม่ที่กำลังเปรียบเทียบ 0 บาท (ขอ review) ต่อเนื่อง Conversion +30% ถ้ามี 20+ review

How-to: วางแผนการตลาดโรงเรียนกวดวิชา

  1. กำหนดเป้าหมาย: ต้องการนักเรียนกี่คน/เดือน? (เช่น 50 คนใหม่/เดือน) → คำนวณงบย้อนหลัง: ถ้า conversion 15% ต้อง lead 333 คน → ใช้ Google Ads CPC 10 บาท = 3,330 บาท + Facebook Ads 5,000 บาท
  2. สร้าง Google Business Profile: ใช้เวลา 1 ชม. (ฟรี) → ขึ้น Google Map ทันที
  3. สร้างเว็บไซต์: ถ้างบจำกัด ใช้ Webflow/WordPress template (10,000-30,000 บาท) หรือจ้าง agency (50,000-100,000 บาท สำหรับเว็บ custom)
  4. ลง Google Ads + Facebook Ads: เริ่มงบน้อย (5,000-10,000 บาท/ช่องทาง) ทดสอบ 1 เดือน → ดูว่าช่องทางไหนได้ lead มากกว่า ค่อยเพิ่มงบ
  5. Setup LINE OA: สมัคร LINE OA ฟรี → ตั้ง auto reply 3-5 ข้อความ → ใส่ปุ่มบนเว็บ/Facebook
  6. ขอ review: หลังนักเรียนสอบผ่าน/คะแนนดีขึ้น → ขอให้พ่อแม่รีวิว Google (เป้า 10 รีวิวใน 3 เดือนแรก)
  7. เขียน blog SEO: เขียน 4-8 บทความ/เดือน (เทคนิคติว, วิธีเรียน) → ดึง organic traffic ระยะยาว
  8. Measure & Optimize: Track conversion ทุกช่องทางด้วย Google Analytics + Facebook Pixel → ปิดช่องทางที่ไม่ได้ผล เพิ่มงบช่องทางที่ได้ผล

กรณีศึกษา: โรงเรียนกวดวิชาใช้การตลาดดิจิทัลเพิ่มนักเรียน 180%

โรงเรียนกวดวิชาย่านรามคำแหง ก่อตั้ง 2 ปี มีนักเรียน 80 คน/เดือน — อยากขยายเป็น 200 คน/เดือน

ปัญหา:

  • ไม่มีเว็บไซต์ มีแค่ Facebook Page → พ่อแม่ถามตารางเรียน/ราคา ต้องรอตอบ inbox
  • ไม่มี Google Business → ค้น "กวดวิชารามคำแหง" ไม่เจอ
  • Ads งบ 15,000 บาท/เดือน แต่ไม่รู้ conversion กี่%

แก้ยังไง:

  • สร้างเว็บ Webflow: 40,000 บาท (ครั้งเดียว) มีหน้า Home, หลักสูตร, ครูผู้สอน, รีวิว, ลงทะเบียน + blog SEO
  • Setup Google Business + ขอ review: ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ได้ 15 รีวิว 5 ดาว
  • ลง Google Ads: งบ 20,000 บาท/เดือน ประมูล "กวดวิชารามคำแหง" "ติว TGAT" CPC 8-12 บาท
  • Facebook Ads: งบ 10,000 บาท/เดือน โฆษณา video testimonial + โปรโมชั่น "ลด 20% ลงทะเบียนภายใน 7 วัน"
  • Setup LINE OA: ตั้ง auto reply + rich menu (ลงทะเบียน, โปรโมชั่น, ติดต่อครู)
  • Track conversion: ใส่ Facebook Pixel + Google Analytics → รู้ว่า Google Ads conversion 18%, Facebook Ads 12%

ผลลัพธ์หลัง 4 เดือน:

  • นักเรียนเพิ่มเป็น 225 คน/เดือน (+180%)
  • Organic traffic จาก SEO 120 คน/เดือน (เดิม 0)
  • Google Ads lead 90 คน → conversion 18% = 16 นักเรียนใหม่/เดือน
  • Facebook Ads lead 80 คน → conversion 12% = 10 นักเรียนใหม่/เดือน
  • LINE OA response rate 75% (สูงกว่าโทร 40%)
  • ค่าโฆษณาต่อนักเรียน (CAC) ลดจาก 2,500 บาท → 1,200 บาท

เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดโรงเรียนกวดวิชา

1. Enrollment Funnel — ทุกช่องทางต้องชี้มาที่เดียว

โฆษณา Google/Facebook → เว็บ landing page (โปรโมชั่น + form ลงทะเบียน) → LINE OA (ตอบคำถาม) → ปิดการลงทะเบียน

ทุก step ต้อง track conversion: Ads → Landing Page (30-50% คลิกเข้า), Landing Page → Form Submit (5-15%), Form Submit → LINE (60-80%), LINE → ลงทะเบียนจริง (40-60%)

2. Retargeting — เตือนคนที่เคยเข้าเว็บ

70% ของคนที่เข้าเว็บจะไม่ลงทะเบียนทันที — ต้อง retarget ด้วย Facebook/Google Ads

ตัวอย่าง retarget ad:

"เห็นคุณสนใจหลักสูตร TGAT — ลงทะเบียนภายใน 3 วัน ลด 20% + แถมคู่มือฟรี มูลค่า 500 บาท"

3. Seasonal Campaigns — ช่วงเปิดเทอม/ก่อนสอบ

Lead พุ่งช่วงก่อนเปิดเทอม (มี.ค., พ.ค., ต.ค.) และก่อนสอบ GAT/PAT/TGAT (ก.พ., มี.ค.) → เพิ่มงบ Ads 2-3 เท่า ช่วงนี้

4. Parent Nurturing — ส่ง Content ให้พ่อแม่

พ่อแม่ที่กรอก form แต่ยังไม่ลงทะเบียน → ส่ง email/LINE drip campaign:

  • วันที่ 1: ขอบคุณที่สนใจ + ส่งหลักสูตรรายละเอียด
  • วันที่ 3: ส่ง video testimonial นักเรียนเก่า
  • วันที่ 7: ส่งโปรโมชั่น "ลด 15% ภายใน 48 ชม."

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตลาดโรงเรียนกวดวิชา

งบน้อยควรเริ่มช่องทางไหนก่อน?

เริ่มที่ SEO Local (Google Business Profile ฟรี) + เว็บไซต์ง่ายๆ (10,000-30,000 บาท) + Facebook Ads งบ 5,000-10,000 บาท/เดือน → เห็นผลภายใน 1-2 เดือน

ต้องมีเว็บไซต์ไหม?

ควรมี — พ่อแม่ 68% ดูเว็บก่อนตัดสินใจลงทะเบียน (Google) โรงเรียนที่มีเว็บ conversion สูงกว่าที่ไม่มี 40%

Google Ads vs Facebook Ads อันไหนดีกว่า?

Google Ads: intent สูงกว่า (คนค้นเอง = กำลังหา) conversion 15-25%; Facebook Ads: reach กว้างกว่า แต่ conversion 8-15% — ควรใช้ทั้งคู่

ควรใช้ LINE OA ไหม?

ควร — 95% คนไทยใช้ LINE (Hootsuite) พ่อแม่ถามผ่าน LINE สะดวกกว่าโทร response rate สูงกว่า 2 เท่า

Review สำคัญแค่ไหน?

สำคัญมาก — 88% พ่อแม่อ่าน review ก่อนตัดสินใจ (BrightLocal) โรงเรียนที่มี 20+ รีวิว 5 ดาว ได้นักเรียนมากกว่า 3 เท่า

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!