Flywheel Model vs. Funnel: ปฏิวัติการตลาดให้เติบโตยั่งยืน

Flywheel Model vs. Funnel: ปฏิวัติการคิดเรื่องการเติบโต
Funnel (กรวยการขาย) เป็นโมเดลที่ธุรกิจใช้มานานกว่า 100 ปี มุ่งเน้นที่การ "ดึง" ลูกค้าเข้ามาด้านบนและ "ผลัก" ลงมาจนซื้อ แล้วจบ
แต่ปี 2018 HubSpot เสนอโมเดลใหม่ชื่อ Flywheel (วงล้อหมุน) ที่มองลูกค้าเป็นพลังงานหมุนธุรกิจไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ตอนจบ
ข้อมูลจริง: บริษัทที่เปลี่ยนจาก Funnel เป็น Flywheel Model มี Customer Retention สูงกว่า 5-7% และ Customer Lifetime Value (LTV) เพิ่มขึ้น 25-95% (ข้อมูล Bain & Company)
เพราะ Flywheel โฟกัสที่การรักษาลูกค้า (Retention) และทำให้ลูกค้ากลายเป็นแหล่งดึงลูกค้าใหม่ (Referral) ไม่ใช่แค่ซื้อครั้งเดียวแล้วทิ้ง
Funnel (กรวยการขาย) คืออะไร?
Funnel เป็นโมเดลเชิงเส้นตรง (Linear) แบ่งเป็น stages:
- Awareness: คนรู้จักแบรนด์
- Interest: คนสนใจ
- Consideration: คนพิจารณา
- Decision: คนตัดสินใจซื้อ
- Purchase: คนซื้อ → จบ
หลังจากซื้อแล้ว ลูกค้าตกออกจาก funnel (เปรียบเหมือนน้ำไหลออกจากก๊อก) ถ้าอยากขายต่อ ต้อง "ดึง" ลูกค้าเข้า funnel ใหม่อีกครั้ง
ข้อดีของ Funnel
- เข้าใจง่าย: ทุกคนในทีมเห็นภาพเดียวกัน (บนกว้าง ล่างแคบ)
- วัดผลง่าย: Conversion Rate แต่ละ stage ชัดเจน
- เหมาะกับ Acquisition: โฟกัสดึงลูกค้าใหม่
ข้อเสียของ Funnel
- มองลูกค้าเป็น "ผลลัพธ์" ไม่ใช่ "พลังงาน": หลังซื้อแล้วไม่สนใจ
- ไม่มี Retention/Referral: ไม่คำนึงถึงการรักษาลูกค้าและการบอกต่อ
- แรงเสียดทาน (Friction) สูง: ดึงลูกค้าเข้ามาทุกครั้งต้องเสียพลังงาน (งบ Ads, เวลา, คน)
- Siloed Teams: Marketing ทำ top, Sales ทำ middle, Support ไม่มีใครสน
Flywheel Model คืออะไร?
Flywheel เป็นโมเดลวงกลม (Circular) ที่ลูกค้าหมุนธุรกิจไปข้างหน้า แบ่งเป็น 3 ระยะ:
- Attract (ดึงดูด): ดึงคนแปลกหน้ามาเป็น Visitor
- Engage (มีส่วนร่วม): เปลี่ยน Visitor → Lead → Customer
- Delight (ทำให้ประทับใจ): ทำให้ลูกค้าประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ (Promoters)
เมื่อลูกค้าประทับใจ → กลับมาซื้อซ้ำ (Repeat) + บอกต่อ (Referral) → ดึงลูกค้าใหม่เข้ามา (Attract) → วงล้อหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องเติมพลังงานใหม่มากนัก
หลักการทำงานของ Flywheel
Flywheel ใช้หลักฟิสิกส์:
- Energy (พลังงาน): แรงที่ใส่เข้าไป = Marketing, Sales, Customer Success
- Friction (แรงเสียดทาน): อุปสรรคที่ทำให้วงล้อหมุนช้า = เว็บโหลดช้า, ฟอร์มซับซ้อน, Support ตอบช้า, Onboarding งง
- Speed (ความเร็ว): ความเร็วหมุน = Growth Rate
สูตร: Speed = Energy / Friction
หมายความว่า มี 2 วิธีทำให้วงล้อหมุนเร็ว:
- เพิ่ม Energy (เพิ่มงบ Marketing/Sales) → แต่มีขอบเขต ไม่สามารถเพิ่มไม่จำกัด
- ลด Friction (ลดอุปสรรค) → ทำให้ลูกค้าเข้ามาง่าย ซื้อง่าย ใช้ง่าย ประทับใจ → วงล้อหมุนเองโดยไม่ต้องใส่แรงมาก
ตารางเปรียบเทียบ: Flywheel vs. Funnel
| แง่มุม | Funnel (กรวยการขาย) | Flywheel (วงล้อหมุน) |
|---|---|---|
| รูปแบบ | เชิงเส้นตรง (Linear) | วงกลม (Circular) |
| โฟกัส | Acquisition (ดึงลูกค้าใหม่) | Retention + Referral (รักษา + บอกต่อ) |
| ลูกค้าคือ | ผลลัพธ์ (Output) ที่ตกออกจาก funnel | พลังงาน (Energy) ที่หมุนวงล้อต่อ |
| หลังซื้อ | จบ (ไม่มีใครดูแล) | เริ่มต้น (Delight เพื่อให้บอกต่อ) |
| Growth Strategy | เพิ่มงบ Ads/Marketing → ดึงลูกค้าใหม่ตลอด | ลด Friction → ลูกค้าประทับใจ → บอกต่อ → ดึงลูกค้าใหม่ฟรี |
| CAC (ต้นทุนหาลูกค้า) | สูง (ต้องเติมงบ Ads ตลอด) | ลดลงเรื่อยๆ (Referral เพิ่ม → CAC ลง) |
| Team Alignment | แยก (Marketing → Sales → Support) | รวม (ทุกทีมต้องลด Friction ร่วมกัน) |
| Metrics | Conversion Rate, New Customers, Revenue | NPS, Customer Retention, LTV, Referral Rate, CAC Payback |
| เหมาะกับ | Transactional Sales, Short Sales Cycle, B2C | Subscription, Long-term Relationship, B2B SaaS |
3 ขั้นตอนของ Flywheel
1. Attract (ดึงดูด)
เป้าหมาย: ดึงคนที่ใช่ (Right People) เข้ามา ไม่ใช่ทุกคน
วิธี:
- Content Marketing: Blog, SEO, YouTube (ให้คุณค่าก่อนขาย)
- Social Media: Post ที่มีประโยชน์ ไม่ใช่โฆษณาตลอด
- Referral Program: ลูกค้าเก่าแนะนำเพื่อนมา
- Word-of-Mouth: ลูกค้าบอกต่อเองเพราะประทับใจ
Friction ที่ต้องลด: เว็บโหลดช้า, Content ไม่ตรงปัญหา, Ads รบกวน, Pop-up เยอะ
2. Engage (มีส่วนร่วม)
เป้าหมาย: ทำให้ Visitor → Lead → Customer อย่างง่ายดาย
วิธี:
- Easy Sign-up: ฟอร์มสั้น (แค่อีเมล ไม่ต้องกรอก 20 ช่อง)
- Fast Response: Live Chat ตอบไว 24 ชม.
- Personalization: Content ตรงกับความสนใจ (ไม่ใช่ส่ง email เดียวกันทุกคน)
- Free Trial/Freemium: ให้ทดลองใช้ก่อน ไม่ต้องใส่บัตร
Friction ที่ต้องลด: ฟอร์มยาว, รอนาน, ติดต่อยาก, ราคาไม่ชัด, Checkout ซับซ้อน
3. Delight (ทำให้ประทับใจ)
เป้าหมาย: ทำให้ลูกค้าประทับใจ → กลับมาซื้อซ้ำ (Retention) + บอกต่อ (Referral)
วิธี:
- Exceptional Onboarding: สอนใช้งานชัดเจน ตอบคำถามทันที
- Proactive Support: ช่วยก่อนลูกค้าขอ (เจอปัญหา → แจ้งเตือนและแก้ให้เลย)
- Continuous Value: ส่ง Tips, Updates, New Features ให้ลูกค้าใช้ได้ประโยชน์ตลอด
- Community: สร้างกลุ่มลูกค้าคุยกัน (Facebook Group, Discord, Slack)
- Referral Incentives: ให้รางวัลลูกค้าที่แนะนำเพื่อน (Discount, Credit, Free Month)
Friction ที่ต้องลด: Onboarding งง, Support ช้า, แก้บัคช้า, Renewal ซับซ้อน, Cancel ยาก
วิธีลด Friction ในแต่ละ Stage
Friction คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารำคาญ งง หรือ frustrated ต้องเจอและแก้:
| Stage | Friction ที่พบบ่อย | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| Attract | เว็บโหลดช้า, Ads รบกวน, Content ไม่ตรงปัญหา | ย้าย Webflow (Core Web Vitals 90+), ลด Pop-up, เขียน content จาก keyword research จริง |
| Engage | ฟอร์มยาว (12 ช่อง), ราคาซ่อน, รอนาน (3-5 วัน), Checkout ซับซ้อน | ฟอร์มสั้น (3 ช่อง), แสดงราคาชัดเจน, Live Chat 24 ชม., Stripe 1-Click Payment |
| Delight | Onboarding งง, แก้บัคช้า, Support ตอบช้า, Renewal ซับซ้อน | Onboarding Video + Checklist, SLA 24 ชม., Proactive Support, Auto Renewal + Email แจ้งเตือน |
ต้องการปรับเว็บไซต์ให้เป็น Flywheel Model ลด Friction เพิ่ม Conversion?
VisionXBrain ออกแบบเว็บไซต์ด้วย Webflow โหลดไว Core Web Vitals 90+ UX ลื่นไหล Conversion เพิ่มเฉลี่ย 28% ใน 90 วัน ผลงาน 80+ โปรเจค Clutch 5.0
กรณีศึกษา: Flywheel Model เพิ่ม Revenue 240% ลด CAC 60%
ลูกค้า: SaaS Company (CRM Software สำหรับ SME)
ปัญหา (ใช้ Funnel Model):
- CAC สูง 8,000 บาท/ลูกค้า (ต้องใช้ Ads เยอะ)
- Churn Rate 30%/ปี (ลูกค้าหาย 1 ใน 3)
- Referral Rate 5% (แทบไม่มีลูกค้าบอกต่อ)
- LTV 24,000 บาท → LTV:CAC = 3:1 (ต่ำ)
วิธีแก้ (เปลี่ยนเป็น Flywheel Model):
- Attract: ลดงบ Ads 50% → เน้น SEO + Content Marketing + Referral Program (ให้ Discount 20% ทั้งคู่ถ้าแนะนำเพื่อน)
- Engage: ลดฟอร์มจาก 12 ช่อง → 3 ช่อง, เพิ่ม Free Trial 14 วัน (ไม่ต้องใส่บัตร), แสดงราคาชัดเจน
- Delight:
- สร้าง Onboarding Checklist + Video Tutorial
- เพิ่มทีม Customer Success โทรทุกลูกค้าใหม่สัปดาห์แรก
- Proactive Support: เจอ error → แจ้งเตือน + แก้ให้ก่อนลูกค้าร้องเรียน
- สร้าง Facebook Community ลูกค้าคุยกัน + แชร์ Tips
- ส่ง Email Tips ทุกสัปดาห์ (ไม่ใช่ขายตลอด)
ผลลัพธ์ (หลัง 12 เดือน):
| Metrics | ก่อน (Funnel) | หลัง (Flywheel) | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| CAC | 8,000 บาท | 3,200 บาท | -60% |
| Churn Rate | 30%/ปี | 12%/ปี | -60% |
| Referral Rate | 5% | 42% | +740% |
| LTV | 24,000 บาท | 82,000 บาท | +242% |
| LTV:CAC | 3:1 | 25:1 | +733% |
| MRR | 200,000 บาท | 680,000 บาท | +240% |
ปัจจัยสำคัญ: 42% ลูกค้าใหม่มาจาก Referral (ฟรี!) ทำให้ CAC ลงมาก + ลูกค้าที่มาจาก Referral มี Retention Rate สูงกว่าลูกค้าจาก Ads ถึง 37%
How-to: เปลี่ยนจาก Funnel เป็น Flywheel ใน 6 ขั้นตอน
Step 1: Audit Friction ทุก Touchpoint
วิเคราะห์ว่าลูกค้าติดตรงไหน:
- Tools: Google Analytics (ดู Bounce Rate, Exit Pages), Hotjar/Microsoft Clarity (ดู Heatmap + Session Recordings)
- Customer Interviews: สัมภาษณ์ 10-20 คนถามว่า "ติดปัญหาอะไรบ้าง?"
- Support Tickets: ดูว่าลูกค้าร้องเรียนเรื่องอะไรบ่อย
Output: รายการ Friction Points + ลำดับความสำคัญ (Impact x Effort)
Step 2: วัด Baseline Metrics
บันทึกตัวเลขปัจจุบันก่อนเปลี่ยน:
- CAC: ค่าใช้จ่าย Marketing/Sales ÷ ลูกค้าใหม่
- Churn Rate: ลูกค้าหาย ÷ ลูกค้าทั้งหมด
- Retention Rate: ลูกค้าอยู่ต่อ ÷ ลูกค้าทั้งหมด
- LTV: รายได้เฉลีย/ลูกค้า ตลอดอายุ
- NPS (Net Promoter Score): ลูกค้าจะแนะนำเราไหม (0-10)
- Referral Rate: ลูกค้าใหม่จาก Referral ÷ ลูกค้าใหม่ทั้งหมด
Step 3: ลด Friction ตาม Priority
เริ่มจาก Quick Wins (High Impact + Low Effort):
| Friction | Solution | Impact | Effort |
|---|---|---|---|
| เว็บโหลดช้า | ย้าย Webflow hosting (Core Web Vitals 90+) | High | Medium |
| ฟอร์มยาว 12 ช่อง | ลดเหลือ 3 ช่อง (อีเมล, ชื่อ, บริษัท) | High | Low |
| ราคาไม่ชัด | แสดงราคา Starting From + Package Table | High | Low |
| รอนาน 3-5 วัน | เพิ่ม Live Chat (SLA 24 ชม.) | Medium | Low |
| Onboarding งง | ทำ Video Tutorial + Checklist | High | Medium |
Step 4: สร้าง Delight Strategy
วางแผนทำให้ลูกค้าประทับใจ:
- Onboarding Program: สัปดาห์แรกโทรทุกลูกค้า ถามว่าใช้ได้ไหม ติดปัญหาอะไร
- Email Nurture: ส่ง Tips ทุกสัปดาห์ (ไม่ใช่ขาย)
- Community: สร้าง Facebook Group / Discord ให้ลูกค้าคุยกัน
- Customer Success Check-ins: ทุก 3 เดือนโทรถามว่ามีปัญหาอะไร ต้องการอะไรเพิ่ม
- Surprise & Delight: ส่งของขวัญวันเกิด, Early Access ฟีเจอร์ใหม่
Step 5: ทำ Referral Program
ทำให้ลูกค้าบอกต่อง่าย + มีแรงจูงใจ:
- Incentive: Discount 20% ทั้งคู่ (ผู้แนะนำ + คนใหม่)
- Easy Sharing: ใส่ปุ่ม "Refer a Friend" ใน Dashboard + Email Signature
- Track: ติดตามว่าลูกค้าใหม่มาจากใคร ให้รางวัลทันที
ตัวอย่าง Referral ที่สำเร็จ: Dropbox (Refer → ได้ Storage ฟรี), Airbnb (Refer → ได้ Credit), Wise (Refer → ได้เงิน)
Step 6: วัดผลและปรับ
ติดตาม metrics ทุกเดือน:
- CAC ลดไหม? (เป้า: ลด 30-50% ภายใน 6-12 เดือน)
- Churn ลดไหม? (เป้า: ลด 20-40%)
- Referral เพิ่มไหม? (เป้า: เพิ่ม 20-40% ของลูกค้าใหม่)
- NPS เพิ่มไหม? (เป้า: NPS > 50 = ดีมาก)
- LTV เพิ่มไหม? (เป้า: เพิ่ม 2-3 เท่า)
เมื่อไหร่ควรใช้ Flywheel? เมื่อไหร่ควรใช้ Funnel?
ใช้ Flywheel เมื่อ:
- Subscription Model: SaaS, Membership, รายเดือน/รายปี
- Long-term Relationship: B2B, Agency, Consulting
- High LTV: ลูกค้าอยู่กับเรานาน (1-3 ปี+)
- Product-Led Growth: Freemium, Free Trial (ผลิตภัณฑ์ขายตัวเอง)
- Word-of-Mouth สำคัญ: ธุรกิจที่ลูกค้าบอกต่อมีผลมาก (กลุ่มเฉพาะ, Niche)
ใช้ Funnel เมื่อ:
- Transactional Sales: ซื้อครั้งเดียวจบ (E-Commerce ของถูก, Event Tickets)
- Short Sales Cycle: ตัดสินใจไวใน 1-7 วัน
- Mass Market: ขายทุกคน ไม่เฉพาะกลุ่ม
- Campaign-based: โปรโมชั่นระยะสั้น (Flash Sale, Black Friday)
สรุป: ธุรกิจส่วนใหญ่ควรใช้ Flywheel เพราะ Retention + Referral ทำให้ธุรกิจโตยั่งยืนและ CAC ต่ำลง
Mistakes ที่ต้องหลีกเลี่ยง
- เปลี่ยนทั้งระบบพร้อมกัน: อย่าเปลี่ยนแบบ Big Bang ควรทำทีละ stage (เริ่มจาก Delight ก่อน)
- ไม่วัด Baseline: ถ้าไม่รู้ตัวเลขเดิม จะไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
- มุ่งแต่ Acquisition: ถ้ายังคิดแต่ดึงลูกค้าใหม่ แต่ไม่สนใจ Retention = Flywheel หมุนไม่ได้
- ลืม Delight: ลด Friction แค่ Attract/Engage แต่ลืม Delight → ลูกค้าไม่บอกต่อ
- ทีมไม่ align: Marketing ทำ Funnel, Support ทำ Flywheel แยกกัน → ไม่ได้ผล
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
1. Flywheel ใช้แทน Funnel ได้เลยไหม?
ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทิ้ง Funnel ทั้งหมด ควร:
- ใช้ Funnel: วัดผล Conversion แต่ละ stage (TOFU/MOFU/BOFU)
- ใช้ Flywheel: วางกลยุทธ์ภาพรวม โฟกัส Retention + Referral
สรุป: Flywheel เป็น mindset, Funnel เป็น measurement tool ใช้คู่กันได้
2. Flywheel ต้องใช้เวลานานกว่า Funnel ไหม?
ใช่ เพราะ Flywheel โฟกัส long-term (Retention + Referral) ผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 6-12 เดือน แต่:
- Funnel: ผลเร็ว (ดึงลูกค้าใหม่ด้วย Ads) แต่ต้นทุนสูง CAC ไม่ลง
- Flywheel: ผลช้าตอนแรก (ต้องลด Friction + สร้าง Delight) แต่พอวงล้อหมุน CAC ลง LTV สูง
สรุป: Flywheel = Marathon, Funnel = Sprint เลือกตามเป้าหมายธุรกิจ
3. ธุรกิจเล็ก (1-5 คน) ทำ Flywheel ได้ไหม?
ได้ และควรทำเลย เพราะ:
- งบน้อย → ไม่มีเงินเติม Ads ตลอด → ต้องพึ่ง Referral
- คนน้อย → ดูแลลูกค้าใกล้ชิด ทำ Delight ง่ายกว่าบริษัทใหญ่
เริ่มต้นง่ายๆ: (1) โทรทุกลูกค้าใหม่ ถามว่าใช้ได้ไหม (2) ส่ง Email Tips ทุกสัปดาห์ (3) ถามลูกค้าว่าจะแนะนำเพื่อนไหม ให้ Discount 20%
4. NPS คืออะไร? วัดยังไง?
NPS (Net Promoter Score) คือคะแนนวัดว่าลูกค้าจะแนะนำเราไหม:
- ถามลูกค้า: "คุณจะแนะนำเราให้เพื่อนไหม? ให้คะแนน 0-10"
- 0-6: Detractors (ไม่พอใจ อาจบอกต่อในแง่ลบ)
- 7-8: Passives (พอใจ แต่ไม่ถึงกับบอกต่อ)
- 9-10: Promoters (ประทับใจ จะบอกต่อเอง)
สูตร NPS: % Promoters - % Detractors
เกณฑ์: NPS > 0 = OK, NPS > 30 = ดี, NPS > 50 = ดีมาก, NPS > 70 = ระดับโลก
5. ควรมี Referral Program หรือปล่อยให้บอกต่อเอง?
ควรมี Referral Program เพราะ:
- ลูกค้าที่ประทับใจอยากบอกต่อ แต่ลืม → Program เป็นตัวเตือนใจ
- Incentive ทำให้เขามีแรงจูงใจมากขึ้น
- Easy Sharing (มีลิงก์สำเร็จรูป) ทำให้บอกต่อง่าย
ข้อมูลจริง: ธุรกิจที่มี Referral Program มี Referral Rate สูงกว่าธุรกิจที่ปล่อยเป็นธรรมชาติ 3-5 เท่า
บทความแนะนำ
- Sales Funnel vs. Marketing Funnel: เข้าใจความต่างเพื่อวางกลยุทธ์ที่เฉียบคม — เปรียบเทียบ Funnel แบบละเอียด
- User Journey Mapping คืออะไร? วิธีทำแผนที่เส้นทางลูกค้าให้เว็บคอนเวิร์ต — วาง Journey Map ให้สอดคล้อง Flywheel
- Customer Onboarding UX: 7 เทคนิคลด Churn เพิ่ม Activation — Onboarding ที่ดีเป็นหัวใจของ Delight Stage
- Product-Led Growth: กลยุทธ์เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์ สำหรับ SaaS — PLG เป็นส่วนหนึ่งของ Flywheel Model
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





