เขียนข้อความผิดพลาดอย่างไรให้ดีและเป็นมิตรกับผู้ใช้

ข้อความผิดพลาดที่เขียนไม่ดีทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดและออกจากเว็บ "Error 500" หรือ "Something went wrong" ไม่ช่วยอะไรเลย ข้อความผิดพลาดที่ดีบอกว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอะไรต่อ
ทำไม Error Messages ถึงสำคัญ
- ลด frustration — ผู้ใช้ที่เข้าใจปัญหาจะไม่หงุดหงิดเท่าคนที่งง
- ลด support tickets — ข้อความที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ใช้แก้ปัญหาเอง
- รักษา conversion — error ในฟอร์มที่อธิบายดี ผู้ใช้แก้แล้วกรอกต่อ ไม่ออกไป
- Brand perception — error message ที่ friendly สะท้อนว่าบริษัทใส่ใจ
หลักการเขียน Error Message ที่ดี
| หลักการ | ไม่ดี | ดี |
|---|---|---|
| บอกว่าเกิดอะไร | "Error" | "ไม่สามารถบันทึกได้เพราะ email ซ้ำ" |
| บอกวิธีแก้ | "Invalid input" | "กรุณาใส่เบอร์โทร 10 หลัก เช่น 0812345678" |
| ใช้ภาษาคน | "Error 422: Validation failed" | "ข้อมูลบางช่องยังไม่ถูกต้อง" |
| ไม่โทษผู้ใช้ | "คุณใส่ข้อมูลผิด" | "รูปแบบ email ไม่ถูกต้อง ลองใส่ใหม่" |
| ระบุตำแหน่ง | แจ้ง error ด้านบนหน้า | แจ้ง error ใต้ field ที่มีปัญหา |
ประเภท Error Messages
Form Validation Errors
- Inline validation — แสดง error ใต้ field ทันทีที่กรอกผิด ไม่ต้องรอกด submit
- บอก format ที่ต้องการ — "วันเกิด: DD/MM/YYYY" ดีกว่า "รูปแบบวันที่ไม่ถูกต้อง"
- เน้น field ที่ผิด — ใช้สี (มักเป็นแดง) + icon + ข้อความ highlight field ที่ต้องแก้
System Errors (404, 500)
- 404 Page — บอกว่าหน้านี้ไม่มี + ให้ทางกลับ (search, home, popular pages)
- 500 Error — "ระบบมีปัญหาชั่วคราว กรุณาลองใหม่ใน 2-3 นาที" + ช่องทางติดต่อ
- Timeout — "ใช้เวลานานกว่าปกติ กรุณาลองใหม่" ดีกว่า "Request timeout"
Payment Errors
- ระบุสาเหตุชัด — "บัตรหมดอายุ" ไม่ใช่ "Payment failed"
- แนะนำทางเลือก — "ลองใช้บัตรใบอื่น หรือชำระผ่าน PromptPay"
- อย่าให้กลัว — "ยังไม่มีการตัดเงิน" ถ้ายังไม่ได้ charge
Checklist Error Message
| # | เช็คลิสต์ |
|---|---|
| 1 | ใช้ภาษาคน ไม่ใช่ technical code |
| 2 | บอกว่าเกิดอะไรขึ้น |
| 3 | บอกว่าต้องทำอะไรต่อ |
| 4 | ไม่โทษผู้ใช้ |
| 5 | แสดงใกล้จุดที่เกิดปัญหา |
| 6 | ใช้สีและ icon ช่วยสื่อสาร |
| 7 | ให้ทางออก (link, ปุ่ม, ช่องทางติดต่อ) |
คำถามที่พบบ่อย
ควรแสดง error code ให้ผู้ใช้เห็นไหม
ไม่ควรแสดง error code เป็นข้อความหลัก แต่อาจแสดงเป็นข้อมูลเสริมเล็กๆ เช่น "ถ้ายังมีปัญหา แจ้ง support พร้อมรหัส ERR-1234" ช่วยให้ทีม support แก้ปัญหาเร็วขึ้น
Inline validation ดีกว่า validate ตอน submit ไหม
ดีกว่ามาก research พบว่า inline validation ลด errors 22% และเพิ่ม completion rate 22% เพราะผู้ใช้แก้ทีละจุด ไม่ต้องหาว่าผิดตรงไหนหลังกด submit
ใช้อารมณ์ขันใน error message ได้ไหม
ได้ถ้าเหมาะกับ brand เช่น 404 page ที่เขียนตลกๆ ช่วยลด frustration แต่สำหรับ error ที่เกี่ยวกับเงินหรือข้อมูลสำคัญ ให้จริงจังและชัดเจน
ออกแบบ Error Message ที่ดีขึ้น
Error message ที่ดีช่วยรักษา conversion และลด support cost ถ้าต้องการทีมที่ช่วย ออกแบบ UX/UI ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด — คุยกับเรา
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





