🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

เปรียบเทียบราคาทำเว็บไซต์องค์กร: Agency, Freelancer หรือทำเอง

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

ทำเว็บไซต์องค์กรต้องเตรียมงบเท่าไหร่ในปี 2025

งบประมาณเว็บไซต์องค์กรในประเทศไทยปี 2025 ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่คุณเลือก — Agency จะอยู่ที่ 150,000-800,000 บาท, Freelancer 50,000-250,000 บาท, หรือทำเอง (DIY) 5,000-80,000 บาท — แต่แต่ละทางมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันในเรื่องคุณภาพ, ระยะเวลาทำงาน, ความเสี่ยง, และค่าใช้จ่ายซ่อนที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทำเว็บไซต์องค์กรไม่ใช่แค่ดูราคาตัวเลขเดียว — คุณต้องคำนึงถึงต้นทุนรวม (Total Cost of Ownership) ที่รวมค่าบำรุงรักษา, อัพเดท, แก้ไข, และความเสี่ยงที่อาจทำให้โปรเจกต์ล่าช้าหรือเกินงบประมาณ

เปรียบเทียบ 3 ทางเลือก: Agency vs Freelancer vs DIY

เว็บไซต์องค์กรที่ดีไม่ได้วัดจากราคาตัวเลขเดียว แต่วัดจากผลลัพธ์ธุรกิจ — Lead Generation, SEO Performance, Brand Credibility, และ Total Cost of Ownership (TCO) ในระยะยาว

1. Agency (เอเจนซี่มืออาชีพ)

Agency คือทีมมืออาชีพที่มีโครงสร้างครบ — Designer, Developer, Project Manager, QA — เหมาะกับองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องการเว็บไซต์ที่สร้างผลลัพธ์ธุรกิจจริง

ช่วงราคา: 150,000-800,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน)

ข้อดี:

  • ทีมงานครบ: Designer, Developer, PM, QA — ไม่ต้องจัดการหลายคน
  • กระบวนการชัดเจน: Discovery, Wireframe, Design, Development, QA, Launch — มาตรฐานเดียวกัน
  • รับผิดชอบผลงาน: มี SLA, Contract, Warranty — ถ้าเว็บมีปัญหามี support ตอบ
  • เสร็จตามเวลา: มี PM คุมงาน — ส่วนใหญ่เสร็จตาม timeline
  • SEO + Performance: Core Web Vitals 90+, มาตรฐาน E-E-A-T — ไม่ใช่แค่สวย

ข้อเสีย:

  • ราคาสูง: 150,000+ บาท — SME บางราย budget ไม่พอ
  • ต้องรอคิว: Agency ดีๆ มี backlog 4-8 สัปดาห์
  • ต้องมี brief ชัดเจน: ถ้า scope ไม่ชัด = change request ตามมา

เหมาะกับใคร: องค์กรที่ต้องการเว็บที่สร้าง Lead/Traffic จริง — ไม่ใช่แค่มีเว็บ

Case Study: Keystone Property

Keystone Property เลือกใช้ Agency (Vision X Brain) ทำเว็บ Webflow — ผลลัพธ์: Traffic เพิ่ม x28, Core Web Vitals 90+, เสร็จใน 3 สัปดาห์ — ลงทุน 1 ครั้ง ROI ทำกำไรกลับมา 6 เดือนแรก

2. Freelancer (ฟรีแลนซ์รายบุคคล)

Freelancer คือนักพัฒนาหรือดีไซเนอร์อิสระ — เหมาะกับโปรเจกต์ขนาดเล็ก-กลาง ที่ budget จำกัด และยอมรับความเสี่ยงด้าน timeline + support

ช่วงราคา: 50,000-250,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ skill + portfolio)

ข้อดี:

  • ราคาถูกกว่า Agency: ประมาณ 40-60% ของ Agency
  • ยืดหยุ่น: ตกลงราคา + scope ได้ง่ายกว่า
  • ติดต่อตรง: ไม่ต้องผ่าน PM — feedback ไว

ข้อเสีย:

  • ความเสี่ยงสูง: Freelancer หายไป/เลิกทำงาน/ล่าช้า — ไม่มี backup
  • ไม่มี SLA: ถ้าเว็บมีปัญหา 3 เดือนหลัง launch — หา support ยาก
  • Skill ไม่ครบ: Designer ไม่เก่ง Dev, Dev ไม่เก่ง Design — คุณต้องจ้างหลายคน
  • Timeline ไม่แน่นอน: Freelancer มักรับงานหลายโปรเจกต์ — ของคุณอาจถูกเลื่อน
  • QA ไม่เข้มข้น: ไม่มีทีม QA — bug อาจไปโผล่หลัง launch

เหมาะกับใคร: SME/Startup ที่ budget จำกัด + ยอมรับความเสี่ยง

ความเสี่ยงที่มักเจอ

  • Freelancer หายตัวกลางโปรเจกต์ — ต้องจ้างคนใหม่ (เสียเวลา + เงิน)
  • เว็บเสร็จแล้วไม่ responsive — ต้องจ้างแก้อีก 20,000-50,000 บาท
  • ไม่มี documentation — ถ้า freelancer หาย ไม่มีใครรู้ว่าเว็บทำงานยังไง

3. DIY (ทำเอง)

DIY คือการใช้ Website Builder (WordPress, Wix, Webflow, Squarespace) ทำเอง — เหมาะกับธุรกิจเล็กมาก หรือคนที่มีเวลา + ทักษะเรียนรู้เอง

ช่วงราคา: 5,000-80,000 บาท/ปี (รวม hosting + domain + tools)

ข้อดี:

  • ราคาถูกที่สุด: 5,000-80,000 บาท/ปี (WordPress ถูกสุด, Webflow แพงกว่า แต่ไม่ต้องจ้าง dev)
  • ควบคุมเต็มที่: แก้เองได้ทันที — ไม่ต้องรอ agency/freelancer
  • เรียนรู้ได้: เข้าใจเว็บของตัวเอง — ถ้าอยากปรับอนาคต ทำเองได้

ข้อเสีย:

  • เสียเวลามาก: เรียนรู้ + ทำเอง 80-200 ชั่วโมง — ถ้าเวลาคุณมีมูลค่า = ไม่ถูกจริง
  • คุณภาพไม่สม่ำเสมอ: Design/UX/SEO อาจไม่ดีพอ — ทำให้เสีย credibility
  • ไม่มี support: ถ้าติดปัญหา — ต้องไปหาคำตอบเอง (Google, forum, YouTube)
  • Hidden cost: Plugin premium, template, stock photo, email — ต้นทุนซ่อนอีก 10,000-30,000 บาท/ปี
  • ความเสี่ยง SEO/Performance: ถ้าไม่เข้าใจ Core Web Vitals, Schema Markup, Sitemap — Google ไม่ index หรือ rank ต่ำ

เหมาะกับใคร: Solopreneur, ธุรกิจเล็กมาก, หรือคนที่มีเวลาและทักษะ tech

ตารางเปรียบเทียบราคาและข้อมูลสำคัญ

ปัจจัย Agency Freelancer DIY
ราคาเริ่มต้น 150,000-800,000 บาท 50,000-250,000 บาท 5,000-80,000 บาท/ปี
ระยะเวลา 2-8 สัปดาห์ 4-12 สัปดาห์ (ไม่แน่นอน) 80-200 ชั่วโมง (ของคุณ)
คุณภาพ สูง (มาตรฐาน E-E-A-T) ปานกลาง-สูง (ขึ้นกับคน) ต่ำ-ปานกลาง
Support หลัง launch 1-3 เดือน warranty + SLA ไม่แน่นอน (ต้องตกลง) ไม่มี (ทำเอง)
SEO/Performance Core Web Vitals 90+ ขึ้นกับ skill ต้องเรียนรู้เอง
ความเสี่ยง ต่ำ (มี contract + SLA) สูง (หายได้) สูง (เวลา + skill)
Maintenance/ปี 60,000-150,000 บาท/ปี 20,000-80,000 บาท/ปี 5,000-30,000 บาท/ปี (plugin/tools)
เหมาะกับ องค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ SME budget จำกัด Solopreneur, ธุรกิจเล็กมาก

Hidden Costs ที่คุณต้องรู้ (ทุกทางเลือก)

ราคาตัวเลขที่คุณเห็นไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด — นี่คือค่าใช้จ่ายซ่อนที่มักถูกมองข้าม

Agency

  • Content creation: ถ้าไม่มีเนื้อหาพร้อม — ต้องจ้าง copywriter 30,000-80,000 บาท
  • Photography/Video: ถ้าไม่มีรูปผลงาน — ต้องจ้างถ่าย 20,000-100,000 บาท
  • Change request: ถ้า scope เปลี่ยนกลางทาง — คิดเพิ่ม 10,000-50,000 บาท/รอบ
  • Hosting upgrade: ถ้า traffic เยอะ — Webflow Business Plan 3,000 บาท/เดือน

Freelancer

  • จ้างหลายคน: Designer + Developer แยกกัน — ต้องจ้าง 2-3 คน = ต้นทุนเพิ่ม
  • PM ตัวเอง: คุณต้องเป็น PM — เสียเวลาประสานงาน 20-40 ชั่วโมง
  • Bug fix หลัง launch: ถ้าหา freelancer ไม่เจอ — ต้องจ้างคนใหม่ 15,000-50,000 บาท

DIY

  • Plugin/Theme premium: 5,000-15,000 บาท/ปี
  • Stock photo: 3,000-10,000 บาท
  • Email marketing tool: Mailchimp/Klaviyo 1,000-5,000 บาท/เดือน
  • SEO tool: Ahrefs/Semrush 3,000-8,000 บาท/เดือน (ถ้าจริงจัง)
  • เวลาของคุณ: 80-200 ชั่วโมง — ถ้าเวลาคุณมีมูลค่า 500 บาท/ชม. = 40,000-100,000 บาท

Timeline: เสร็จเมื่อไหร่

ระยะเวลาทำเว็บไซต์องค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางเลือกเดียว — ยังขึ้นกับ scope, ความพร้อมของเนื้อหา, และการตอบ feedback

Phase Agency Freelancer DIY
Discovery/Planning 3-7 วัน ไม่มี/ไม่เป็นทางการ ไม่มี
Design 5-10 วัน 7-14 วัน 10-30 วัน (เรียนรู้ + ทำ)
Development 7-14 วัน 14-30 วัน 20-60 วัน
QA/Testing 3-5 วัน 1-3 วัน (ถ้ามี) ไม่มี/ทำเอง
Launch 1-2 วัน 1-2 วัน 1-5 วัน
รวม 2-8 สัปดาห์ 4-12 สัปดาห์ 8-20 สัปดาห์ (part-time)

ปัจจัยที่ทำให้ล่าช้า

  • เนื้อหาไม่พร้อม: Agency/Freelancer รอ content จากคุณ — ล่าช้า 1-4 สัปดาห์
  • Feedback ช้า: คุณตอบ feedback ช้า — ล่าช้า 1-2 สัปดาห์
  • Change request: เปลี่ยน scope กลางทาง — ล่าช้า 1-3 สัปดาห์
  • Approval กระบวนการ: องค์กรใหญ่ต้องผ่านหลายฝ่าย — ล่าช้า 2-4 สัปดาห์

วิธีตัดสินใจ: เลือกทางไหนดี

การตัดสินใจเลือก Agency, Freelancer, หรือ DIY ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณอย่างเดียว — ขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัยนี้

ขั้นตอนการตัดสินใจ

  1. ประเมินเป้าหมายธุรกิจ
    • เว็บนี้ต้องสร้าง Lead/Traffic/Revenue? → เลือก Agency
    • แค่มีเว็บแสดงข้อมูล? → Freelancer/DIY ได้
  2. ประเมิน Budget vs ROI
    • ถ้าเว็บทำให้ได้ Lead 10-20 ราย/เดือน x Lifetime Value 50,000 บาท = 500,000-1,000,000 บาท/ปี → ลงทุน 300,000 บาท กับ Agency คุ้ม
    • ถ้าแค่มีเว็บ ไม่คาดหวัง Lead → DIY/Freelancer ได้
  3. ประเมิน Timeline
    • ต้องเปิดด่วน (2-4 สัปดาห์)? → Agency
    • ยืดหยุ่นได้ (2-3 เดือน)? → Freelancer/DIY
  4. ประเมิน Skill + เวลาของคุณ
    • มี tech skill + เวลา 80+ ชั่วโมง? → DIY ได้
    • ไม่มี skill/เวลา? → Agency/Freelancer
  5. ประเมิน Risk Tolerance
    • ยอมรับความเสี่ยงต่ำ (ต้องมี SLA/warranty)? → Agency
    • ยอมรับความเสี่ยงสูง (ประหยัดต้นทุน)? → Freelancer/DIY

ไม่แน่ใจว่าทางไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?

Vision X Brain ช่วยวิเคราะห์ฟรี — ดู scope, budget, timeline ของคุณ แล้วแนะนำทางที่เหมาะสม (ไม่ขายของ ให้คำปรึกษาจริง)

ปรึกษาฟรี 30 นาที — ตอบภายใน 24 ชั่วโมง

Case Study: องค์กร 3 ขนาด เลือกต่างกัน

Case 1: Startup SaaS (เลือก Agency)

บริษัท: Startup SaaS B2B ต้องการเว็บที่ดึง Lead + Conversion สูง

เลือก: Agency (Vision X Brain) — Webflow + Figma + GA4 + Hotjar

งบประมาณ: 280,000 บาท

ผลลัพธ์: Sign-up เพิ่ม 210% เดือนแรก, Core Web Vitals 95+, เสร็จใน 3 สัปดาห์

เหตุผล: ต้องการ conversion สูง — ไม่มีเวลา trial-and-error

Case 2: SME (เลือก Freelancer)

บริษัท: SME ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ต้องการเว็บแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์

เลือก: Freelancer (WordPress + Elementor)

งบประมาณ: 80,000 บาท

ผลลัพธ์: เว็บเสร็จใน 8 สัปดาห์ — แต่มี bug responsive 3 จุด ต้องจ้างแก้อีก 15,000 บาท

บทเรียน: ต้องมี QA checklist + test responsive ก่อน launch

Case 3: Solopreneur (เลือก DIY)

บริษัท: Consultant ที่ปรึกษาธุรกิจ ต้องการเว็บ portfolio + blog

เลือก: Webflow Template (DIY)

งบประมาณ: 18,000 บาท/ปี (Webflow CMS + domain + template)

ผลลัพธ์: ใช้เวลา 120 ชั่วโมงทำเอง — เว็บออกมาดี แต่ SEO ต่ำ (ไม่มี Schema Markup, Sitemap ไม่ครบ)

บทเรียน: DIY ได้ แต่ต้องเรียนรู้ SEO/Performance ด้วย

เคล็ดลับประหยัดต้นทุน (ทุกทางเลือก)

ถ้าเลือก Agency

  • เตรียม content พร้อม: ประหยัดค่า copywriter 30,000-80,000 บาท
  • ใช้ Webflow Template แล้วให้ agency customize: ประหยัด design 50,000-100,000 บาท
  • Launch MVP ก่อน: ทำแค่หน้าสำคัญ 5-7 หน้า — เพิ่มทีหลังได้
  • ตรึง scope: ห้าม change request กลางทาง — ลดเวลา + ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ถ้าเลือก Freelancer

  • เช็ค portfolio + รีวิว: ลดความเสี่ยงเจอคนไม่ดี
  • แบ่งเงินเป็น milestone: 30% เริ่มงาน, 30% design เสร็จ, 30% dev เสร็จ, 10% launch
  • ขอ documentation: ถ้า freelancer หาย มีคนต่อได้
  • ตกลง support ล่วงหน้า: 1 เดือนหลัง launch ฟรี

ถ้าเลือก DIY

  • ใช้ Template: ประหยัดเวลา design 40-80 ชั่วโมง
  • เรียนรู้จาก course ฟรี: YouTube, Webflow University, WordPress Codex
  • ใช้ free tier ก่อน: Webflow Free Plan ทดสอบก่อน — upgrade ทีหลัง
  • จ้าง agency ทำ SEO audit: 15,000-30,000 บาท — ได้ผลดีกว่าทำเอง

สรุป: เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า

การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเว็บไซต์องค์กรไม่ได้วัดจากราคาตัวเลขเดียว — แต่วัดจาก Total Cost of Ownership (TCO), Timeline, Risk, และ ROI ในระยะยาว

  • Agency (150,000-800,000 บาท): เลือกถ้าต้องการเว็บที่สร้าง Lead/Revenue จริง — มีทีมครบ, มี SLA, เสร็จตามเวลา
  • Freelancer (50,000-250,000 บาท): เลือกถ้า budget จำกัด + ยอมรับความเสี่ยง — ต้องเช็ค portfolio + แบ่งเงินเป็น milestone
  • DIY (5,000-80,000 บาท/ปี): เลือกถ้ามี skill + เวลา 80+ ชั่วโมง + ไม่คาดหวัง Lead/Revenue ทันที

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ — เริ่มจาก วิธีคำนวณงบประมาณเว็บไซต์ แล้วไปที่ วิธีประเมิน ROI เว็บไซต์ เพื่อดูว่าเว็บนี้คุ้มค่าลงทุนหรือไม่

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!