เปรียบเทียบราคาทำเว็บไซต์องค์กร: Agency, Freelancer หรือทำเอง

ทำเว็บไซต์องค์กรต้องเตรียมงบเท่าไหร่ในปี 2025
งบประมาณเว็บไซต์องค์กรในประเทศไทยปี 2025 ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่คุณเลือก — Agency จะอยู่ที่ 150,000-800,000 บาท, Freelancer 50,000-250,000 บาท, หรือทำเอง (DIY) 5,000-80,000 บาท — แต่แต่ละทางมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันในเรื่องคุณภาพ, ระยะเวลาทำงาน, ความเสี่ยง, และค่าใช้จ่ายซ่อนที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทำเว็บไซต์องค์กรไม่ใช่แค่ดูราคาตัวเลขเดียว — คุณต้องคำนึงถึงต้นทุนรวม (Total Cost of Ownership) ที่รวมค่าบำรุงรักษา, อัพเดท, แก้ไข, และความเสี่ยงที่อาจทำให้โปรเจกต์ล่าช้าหรือเกินงบประมาณ
เปรียบเทียบ 3 ทางเลือก: Agency vs Freelancer vs DIY
เว็บไซต์องค์กรที่ดีไม่ได้วัดจากราคาตัวเลขเดียว แต่วัดจากผลลัพธ์ธุรกิจ — Lead Generation, SEO Performance, Brand Credibility, และ Total Cost of Ownership (TCO) ในระยะยาว
1. Agency (เอเจนซี่มืออาชีพ)
Agency คือทีมมืออาชีพที่มีโครงสร้างครบ — Designer, Developer, Project Manager, QA — เหมาะกับองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องการเว็บไซต์ที่สร้างผลลัพธ์ธุรกิจจริง
ช่วงราคา: 150,000-800,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน)
ข้อดี:
- ทีมงานครบ: Designer, Developer, PM, QA — ไม่ต้องจัดการหลายคน
- กระบวนการชัดเจน: Discovery, Wireframe, Design, Development, QA, Launch — มาตรฐานเดียวกัน
- รับผิดชอบผลงาน: มี SLA, Contract, Warranty — ถ้าเว็บมีปัญหามี support ตอบ
- เสร็จตามเวลา: มี PM คุมงาน — ส่วนใหญ่เสร็จตาม timeline
- SEO + Performance: Core Web Vitals 90+, มาตรฐาน E-E-A-T — ไม่ใช่แค่สวย
ข้อเสีย:
- ราคาสูง: 150,000+ บาท — SME บางราย budget ไม่พอ
- ต้องรอคิว: Agency ดีๆ มี backlog 4-8 สัปดาห์
- ต้องมี brief ชัดเจน: ถ้า scope ไม่ชัด = change request ตามมา
เหมาะกับใคร: องค์กรที่ต้องการเว็บที่สร้าง Lead/Traffic จริง — ไม่ใช่แค่มีเว็บ
Case Study: Keystone Property
Keystone Property เลือกใช้ Agency (Vision X Brain) ทำเว็บ Webflow — ผลลัพธ์: Traffic เพิ่ม x28, Core Web Vitals 90+, เสร็จใน 3 สัปดาห์ — ลงทุน 1 ครั้ง ROI ทำกำไรกลับมา 6 เดือนแรก
2. Freelancer (ฟรีแลนซ์รายบุคคล)
Freelancer คือนักพัฒนาหรือดีไซเนอร์อิสระ — เหมาะกับโปรเจกต์ขนาดเล็ก-กลาง ที่ budget จำกัด และยอมรับความเสี่ยงด้าน timeline + support
ช่วงราคา: 50,000-250,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ skill + portfolio)
ข้อดี:
- ราคาถูกกว่า Agency: ประมาณ 40-60% ของ Agency
- ยืดหยุ่น: ตกลงราคา + scope ได้ง่ายกว่า
- ติดต่อตรง: ไม่ต้องผ่าน PM — feedback ไว
ข้อเสีย:
- ความเสี่ยงสูง: Freelancer หายไป/เลิกทำงาน/ล่าช้า — ไม่มี backup
- ไม่มี SLA: ถ้าเว็บมีปัญหา 3 เดือนหลัง launch — หา support ยาก
- Skill ไม่ครบ: Designer ไม่เก่ง Dev, Dev ไม่เก่ง Design — คุณต้องจ้างหลายคน
- Timeline ไม่แน่นอน: Freelancer มักรับงานหลายโปรเจกต์ — ของคุณอาจถูกเลื่อน
- QA ไม่เข้มข้น: ไม่มีทีม QA — bug อาจไปโผล่หลัง launch
เหมาะกับใคร: SME/Startup ที่ budget จำกัด + ยอมรับความเสี่ยง
ความเสี่ยงที่มักเจอ
- Freelancer หายตัวกลางโปรเจกต์ — ต้องจ้างคนใหม่ (เสียเวลา + เงิน)
- เว็บเสร็จแล้วไม่ responsive — ต้องจ้างแก้อีก 20,000-50,000 บาท
- ไม่มี documentation — ถ้า freelancer หาย ไม่มีใครรู้ว่าเว็บทำงานยังไง
3. DIY (ทำเอง)
DIY คือการใช้ Website Builder (WordPress, Wix, Webflow, Squarespace) ทำเอง — เหมาะกับธุรกิจเล็กมาก หรือคนที่มีเวลา + ทักษะเรียนรู้เอง
ช่วงราคา: 5,000-80,000 บาท/ปี (รวม hosting + domain + tools)
ข้อดี:
- ราคาถูกที่สุด: 5,000-80,000 บาท/ปี (WordPress ถูกสุด, Webflow แพงกว่า แต่ไม่ต้องจ้าง dev)
- ควบคุมเต็มที่: แก้เองได้ทันที — ไม่ต้องรอ agency/freelancer
- เรียนรู้ได้: เข้าใจเว็บของตัวเอง — ถ้าอยากปรับอนาคต ทำเองได้
ข้อเสีย:
- เสียเวลามาก: เรียนรู้ + ทำเอง 80-200 ชั่วโมง — ถ้าเวลาคุณมีมูลค่า = ไม่ถูกจริง
- คุณภาพไม่สม่ำเสมอ: Design/UX/SEO อาจไม่ดีพอ — ทำให้เสีย credibility
- ไม่มี support: ถ้าติดปัญหา — ต้องไปหาคำตอบเอง (Google, forum, YouTube)
- Hidden cost: Plugin premium, template, stock photo, email — ต้นทุนซ่อนอีก 10,000-30,000 บาท/ปี
- ความเสี่ยง SEO/Performance: ถ้าไม่เข้าใจ Core Web Vitals, Schema Markup, Sitemap — Google ไม่ index หรือ rank ต่ำ
เหมาะกับใคร: Solopreneur, ธุรกิจเล็กมาก, หรือคนที่มีเวลาและทักษะ tech
ตารางเปรียบเทียบราคาและข้อมูลสำคัญ
| ปัจจัย | Agency | Freelancer | DIY |
|---|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น | 150,000-800,000 บาท | 50,000-250,000 บาท | 5,000-80,000 บาท/ปี |
| ระยะเวลา | 2-8 สัปดาห์ | 4-12 สัปดาห์ (ไม่แน่นอน) | 80-200 ชั่วโมง (ของคุณ) |
| คุณภาพ | สูง (มาตรฐาน E-E-A-T) | ปานกลาง-สูง (ขึ้นกับคน) | ต่ำ-ปานกลาง |
| Support หลัง launch | 1-3 เดือน warranty + SLA | ไม่แน่นอน (ต้องตกลง) | ไม่มี (ทำเอง) |
| SEO/Performance | Core Web Vitals 90+ | ขึ้นกับ skill | ต้องเรียนรู้เอง |
| ความเสี่ยง | ต่ำ (มี contract + SLA) | สูง (หายได้) | สูง (เวลา + skill) |
| Maintenance/ปี | 60,000-150,000 บาท/ปี | 20,000-80,000 บาท/ปี | 5,000-30,000 บาท/ปี (plugin/tools) |
| เหมาะกับ | องค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ | SME budget จำกัด | Solopreneur, ธุรกิจเล็กมาก |
Hidden Costs ที่คุณต้องรู้ (ทุกทางเลือก)
ราคาตัวเลขที่คุณเห็นไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด — นี่คือค่าใช้จ่ายซ่อนที่มักถูกมองข้าม
Agency
- Content creation: ถ้าไม่มีเนื้อหาพร้อม — ต้องจ้าง copywriter 30,000-80,000 บาท
- Photography/Video: ถ้าไม่มีรูปผลงาน — ต้องจ้างถ่าย 20,000-100,000 บาท
- Change request: ถ้า scope เปลี่ยนกลางทาง — คิดเพิ่ม 10,000-50,000 บาท/รอบ
- Hosting upgrade: ถ้า traffic เยอะ — Webflow Business Plan 3,000 บาท/เดือน
Freelancer
- จ้างหลายคน: Designer + Developer แยกกัน — ต้องจ้าง 2-3 คน = ต้นทุนเพิ่ม
- PM ตัวเอง: คุณต้องเป็น PM — เสียเวลาประสานงาน 20-40 ชั่วโมง
- Bug fix หลัง launch: ถ้าหา freelancer ไม่เจอ — ต้องจ้างคนใหม่ 15,000-50,000 บาท
DIY
- Plugin/Theme premium: 5,000-15,000 บาท/ปี
- Stock photo: 3,000-10,000 บาท
- Email marketing tool: Mailchimp/Klaviyo 1,000-5,000 บาท/เดือน
- SEO tool: Ahrefs/Semrush 3,000-8,000 บาท/เดือน (ถ้าจริงจัง)
- เวลาของคุณ: 80-200 ชั่วโมง — ถ้าเวลาคุณมีมูลค่า 500 บาท/ชม. = 40,000-100,000 บาท
Timeline: เสร็จเมื่อไหร่
ระยะเวลาทำเว็บไซต์องค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางเลือกเดียว — ยังขึ้นกับ scope, ความพร้อมของเนื้อหา, และการตอบ feedback
| Phase | Agency | Freelancer | DIY |
|---|---|---|---|
| Discovery/Planning | 3-7 วัน | ไม่มี/ไม่เป็นทางการ | ไม่มี |
| Design | 5-10 วัน | 7-14 วัน | 10-30 วัน (เรียนรู้ + ทำ) |
| Development | 7-14 วัน | 14-30 วัน | 20-60 วัน |
| QA/Testing | 3-5 วัน | 1-3 วัน (ถ้ามี) | ไม่มี/ทำเอง |
| Launch | 1-2 วัน | 1-2 วัน | 1-5 วัน |
| รวม | 2-8 สัปดาห์ | 4-12 สัปดาห์ | 8-20 สัปดาห์ (part-time) |
ปัจจัยที่ทำให้ล่าช้า
- เนื้อหาไม่พร้อม: Agency/Freelancer รอ content จากคุณ — ล่าช้า 1-4 สัปดาห์
- Feedback ช้า: คุณตอบ feedback ช้า — ล่าช้า 1-2 สัปดาห์
- Change request: เปลี่ยน scope กลางทาง — ล่าช้า 1-3 สัปดาห์
- Approval กระบวนการ: องค์กรใหญ่ต้องผ่านหลายฝ่าย — ล่าช้า 2-4 สัปดาห์
วิธีตัดสินใจ: เลือกทางไหนดี
การตัดสินใจเลือก Agency, Freelancer, หรือ DIY ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณอย่างเดียว — ขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัยนี้
ขั้นตอนการตัดสินใจ
- ประเมินเป้าหมายธุรกิจ
- เว็บนี้ต้องสร้าง Lead/Traffic/Revenue? → เลือก Agency
- แค่มีเว็บแสดงข้อมูล? → Freelancer/DIY ได้
- ประเมิน Budget vs ROI
- ถ้าเว็บทำให้ได้ Lead 10-20 ราย/เดือน x Lifetime Value 50,000 บาท = 500,000-1,000,000 บาท/ปี → ลงทุน 300,000 บาท กับ Agency คุ้ม
- ถ้าแค่มีเว็บ ไม่คาดหวัง Lead → DIY/Freelancer ได้
- ประเมิน Timeline
- ต้องเปิดด่วน (2-4 สัปดาห์)? → Agency
- ยืดหยุ่นได้ (2-3 เดือน)? → Freelancer/DIY
- ประเมิน Skill + เวลาของคุณ
- มี tech skill + เวลา 80+ ชั่วโมง? → DIY ได้
- ไม่มี skill/เวลา? → Agency/Freelancer
- ประเมิน Risk Tolerance
- ยอมรับความเสี่ยงต่ำ (ต้องมี SLA/warranty)? → Agency
- ยอมรับความเสี่ยงสูง (ประหยัดต้นทุน)? → Freelancer/DIY
ไม่แน่ใจว่าทางไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?
Vision X Brain ช่วยวิเคราะห์ฟรี — ดู scope, budget, timeline ของคุณ แล้วแนะนำทางที่เหมาะสม (ไม่ขายของ ให้คำปรึกษาจริง)
ปรึกษาฟรี 30 นาที — ตอบภายใน 24 ชั่วโมง
Case Study: องค์กร 3 ขนาด เลือกต่างกัน
Case 1: Startup SaaS (เลือก Agency)
บริษัท: Startup SaaS B2B ต้องการเว็บที่ดึง Lead + Conversion สูง
เลือก: Agency (Vision X Brain) — Webflow + Figma + GA4 + Hotjar
งบประมาณ: 280,000 บาท
ผลลัพธ์: Sign-up เพิ่ม 210% เดือนแรก, Core Web Vitals 95+, เสร็จใน 3 สัปดาห์
เหตุผล: ต้องการ conversion สูง — ไม่มีเวลา trial-and-error
Case 2: SME (เลือก Freelancer)
บริษัท: SME ขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ต้องการเว็บแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์
เลือก: Freelancer (WordPress + Elementor)
งบประมาณ: 80,000 บาท
ผลลัพธ์: เว็บเสร็จใน 8 สัปดาห์ — แต่มี bug responsive 3 จุด ต้องจ้างแก้อีก 15,000 บาท
บทเรียน: ต้องมี QA checklist + test responsive ก่อน launch
Case 3: Solopreneur (เลือก DIY)
บริษัท: Consultant ที่ปรึกษาธุรกิจ ต้องการเว็บ portfolio + blog
เลือก: Webflow Template (DIY)
งบประมาณ: 18,000 บาท/ปี (Webflow CMS + domain + template)
ผลลัพธ์: ใช้เวลา 120 ชั่วโมงทำเอง — เว็บออกมาดี แต่ SEO ต่ำ (ไม่มี Schema Markup, Sitemap ไม่ครบ)
บทเรียน: DIY ได้ แต่ต้องเรียนรู้ SEO/Performance ด้วย
เคล็ดลับประหยัดต้นทุน (ทุกทางเลือก)
ถ้าเลือก Agency
- เตรียม content พร้อม: ประหยัดค่า copywriter 30,000-80,000 บาท
- ใช้ Webflow Template แล้วให้ agency customize: ประหยัด design 50,000-100,000 บาท
- Launch MVP ก่อน: ทำแค่หน้าสำคัญ 5-7 หน้า — เพิ่มทีหลังได้
- ตรึง scope: ห้าม change request กลางทาง — ลดเวลา + ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ถ้าเลือก Freelancer
- เช็ค portfolio + รีวิว: ลดความเสี่ยงเจอคนไม่ดี
- แบ่งเงินเป็น milestone: 30% เริ่มงาน, 30% design เสร็จ, 30% dev เสร็จ, 10% launch
- ขอ documentation: ถ้า freelancer หาย มีคนต่อได้
- ตกลง support ล่วงหน้า: 1 เดือนหลัง launch ฟรี
ถ้าเลือก DIY
- ใช้ Template: ประหยัดเวลา design 40-80 ชั่วโมง
- เรียนรู้จาก course ฟรี: YouTube, Webflow University, WordPress Codex
- ใช้ free tier ก่อน: Webflow Free Plan ทดสอบก่อน — upgrade ทีหลัง
- จ้าง agency ทำ SEO audit: 15,000-30,000 บาท — ได้ผลดีกว่าทำเอง
สรุป: เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเว็บไซต์องค์กรไม่ได้วัดจากราคาตัวเลขเดียว — แต่วัดจาก Total Cost of Ownership (TCO), Timeline, Risk, และ ROI ในระยะยาว
- Agency (150,000-800,000 บาท): เลือกถ้าต้องการเว็บที่สร้าง Lead/Revenue จริง — มีทีมครบ, มี SLA, เสร็จตามเวลา
- Freelancer (50,000-250,000 บาท): เลือกถ้า budget จำกัด + ยอมรับความเสี่ยง — ต้องเช็ค portfolio + แบ่งเงินเป็น milestone
- DIY (5,000-80,000 บาท/ปี): เลือกถ้ามี skill + เวลา 80+ ชั่วโมง + ไม่คาดหวัง Lead/Revenue ทันที
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ — เริ่มจาก วิธีคำนวณงบประมาณเว็บไซต์ แล้วไปที่ วิธีประเมิน ROI เว็บไซต์ เพื่อดูว่าเว็บนี้คุ้มค่าลงทุนหรือไม่
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





