🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

Page Not Found (404 Page) ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

Page Not Found (404 Page) ที่ดีไม่ใช่แค่บอกว่า "หน้านี้ไม่มี" แต่ต้องช่วยนำทางผู้เข้าชมกลับสู่เว็บไซต์ — ลด Bounce Rate เพิ่ม Engagement และช่วยรักษา SEO Performance ด้วย บทความนี้รวม Best Practices จากแบรนด์ชั้นนำ องค์ประกอบที่ต้องมี ผลกระทบต่อ UX และ SEO พร้อมตัวอย่างจริง

404 Page คืออะไร? ทำไมต้องสนใจ?

404 Page หรือ Error Page คือหน้าที่แสดงเมื่อผู้เข้าชมพยายามเข้าถึง URL ที่ไม่มีอยู่ในเว็บไซต์ — อาจเกิดจาก Link เสีย URL Typo หรือหน้าที่ถูกลบไปแล้ว

สถิติที่น่าสนใจ:

  • 70% ของผู้เข้าชมกดออกทันที เมื่อเจอ 404 Page ที่ไม่ช่วยอะไร
  • 404 Page ที่ดีลด Bounce Rate ได้ 30-50% เพราะนำทางผู้เข้าชมกลับสู่เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
  • 40% ของเว็บไซต์ธุรกิจใช้ Default 404 Page ของ Server ที่ไม่มี Branding หรือลิงก์นำทาง

404 Page ไม่ใช่หน้า "ขอโทษ" แต่คือโอกาสในการ Recover Lost Traffic

ผลกระทบของ 404 Page ต่อ SEO และ UX

ผลกระทบต่อ SEO

404 Error เองไม่ทำร้าย SEO โดยตรง — Google เข้าใจว่าหน้าบางหน้าอาจถูกลบหรือย้าย แต่ปัญหาคือ:

  • 404 หลายหน้าพร้อมกัน → Google คิดว่าเว็บไซต์มี Technical Issue ส่งผลกระทบ Crawl Budget
  • Backlink ที่ชี้ไป 404 Page → เสีย Link Equity ควร Redirect 301 ไปหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • Internal Link ที่ Broken → PageRank Distribution ผิดพลาด ลด Authority ของหน้าอื่น

Best Practice: ตรวจสอบ 404 Error ใน Google Search Console เป็นประจำ และใช้ 301 Redirect สำหรับหน้าสำคัญที่ถูกลบ

ผลกระทบต่อ UX

404 Page ที่ไม่ดีทำให้:

  • Bounce Rate สูง — ผู้เข้าชมไม่รู้จะทำอะไรต่อ กดออกทันที
  • User Frustration — ลูกค้าที่กำลังจะซื้อสินค้าเจอ 404 อาจเปลี่ยนไปใช้คู่แข่ง
  • Brand Perception ลดลง — 404 Page ที่ดูไม่มีมาตรฐานทำให้แบรนด์ดูไม่น่าเชื่อถือ

องค์ประกอบที่ 404 Page ที่ดีต้องมี

1. ข้อความที่เข้าใจง่าย — ไม่ Technical จนเกินไป

ห้ามใช้ข้อความเช่น "Error 404: The requested URL was not found on this server" — ผู้ใช้ทั่วไปไม่เข้าใจ ใช้ภาษาที่เป็นมิตร เช่น:

  • "หน้านี้หาไม่เจอ — แต่เรามีสิ่งอื่นที่น่าสนใจให้คุณ"
  • "Page Not Found — Let's get you back on track"
  • "Oops! This page doesn't exist"

ตัวอย่างดี:

  • Shopify: "The page you're looking for couldn't be found"
  • Airbnb: "We can't seem to find the page you're looking for"
  • GitHub: "This is not the web page you are looking for"

2. Search Bar — ให้ผู้เข้าชมค้นหาสิ่งที่ต้องการเอง

73% ของ 404 Page ที่ดีมี Search Box ช่วยให้ผู้เข้าชมหาเนื้อหาที่ต้องการได้เอง — Recover ได้ 30-40% ของ Traffic ที่เจอ 404

Best Practice:

  • วาง Search Bar ชัดเจน ไม่ซ่อน
  • ใส่ Placeholder Text เช่น "Search for products, articles, or help"
  • Auto-suggest Results เมื่อพิมพ์

3. Navigation Links — นำทางกลับสู่หน้าสำคัญ

แสดงลิงก์ไปหน้าสำคัญที่ผู้เข้าชมอาจสนใจ เช่น:

  • Homepage
  • Product/Service Pages
  • Blog หรือ Resource Center
  • Contact Page
Company Navigation Links
Shopify Home, Shop, Blog, Help Center
HubSpot Home, Products, Resources, Contact
Stripe Home, Documentation, API, Support
Mailchimp Home, Features, Pricing, Help

4. Popular Content Suggestions — แนะนำเนื้อหาที่ดูมากที่สุด

แสดงลิงก์ไปหน้าที่มี Traffic สูง เช่น Top 5 Blog Posts, Popular Products, Most Viewed Pages — ช่วยเปลี่ยน 404 Error เป็นโอกาสในการ Cross-sell

ตัวอย่าง:

  • Medium: แสดง "Popular on Medium" ด้านล่าง 404 Message
  • Notion: แสดง "Popular Templates" และ "Getting Started Guides"
  • Webflow: แสดง "Popular Resources" เช่น University, Community, Showcase

5. Contact/Support Link — ให้ผู้เข้าชมติดต่อได้

บางคนอาจต้องการหน้าเฉพาะ — ควรมีช่องทางติดต่อ เช่น:

  • Live Chat Button
  • Contact Form Link
  • Help Center
  • Email/Phone Number

ตัวอย่าง: Intercom ใส่ "Can't find what you're looking for? Chat with us" พร้อมปุ่ม Live Chat

6. Brand Personality — แสดงตัวตนของแบรนด์

404 Page เป็นโอกาสในการแสดง Brand Personality — ทำให้ Error Page ไม่น่ากลัว

  • Humor: "Oops! This page took a vacation" (Mailchimp)
  • Visual: Illustration หรือ Animation ที่เกี่ยวกับแบรนด์ (Dropbox มี GIF น่ารัก)
  • Game: Google Chrome Dinosaur Game เป็น Easter Egg ที่คนรู้จักทั่วโลก

ตัวอย่าง 404 Page ที่ดีจากแบรนด์ชั้นนำ

Company Highlights ทำไมดี
Shopify Friendly message + Search bar + Popular links ครบทุกองค์ประกอบ UX ดี
Airbnb Clean design + Search + "Explore top destinations" นำทางไปหน้าอื่นที่น่าสนใจ
GitHub "This is not the web page you are looking for" + GIF Star Wars Brand Personality + Humor
Pixar Animation สุดน่ารัก + "Uh-oh! Page not found" On-brand และสนุก
Slack "Oops! We couldn't find the page" + Home + Help Center เรียบง่าย ชัดเจน ไปต่อได้ทันที

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงใน 404 Page

1. ใช้ Default Server Error Page

Default 404 Page ของ Apache/Nginx ดูไม่เป็นมืออาชีพ ไม่มี Branding ไม่มีลิงก์นำทาง — Bounce Rate สูงสุด

2. ไม่มี Navigation หรือ Search

ถ้า 404 Page ไม่มีทางออก ผู้เข้าชมมีทางเลือกเดียว: กดปิดแท็บ

3. ใช้ภาษา Technical จนเกินไป

"HTTP 404 Not Found" ไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ทั่วไป ใช้ภาษาคน เช่น "หน้านี้หาไม่เจอ"

4. Redirect ทุก 404 ไปที่ Homepage

Redirect ทุก 404 Error ไป Homepage ทำให้:

  • Google คิดว่าหน้าที่ถูกลบยังมีอยู่ (Soft 404) — ส่งผลเสียต่อ SEO
  • ผู้เข้าชมสับสน ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาหน้า Homepage

Best Practice: ใช้ 404 Status Code ตามปกติ + แสดงหน้า 404 ที่ช่วยนำทาง ห้าม Redirect

5. ไม่มี Log หรือ Monitoring

404 Error เป็นสัญญาณว่ามี Broken Links หรือ URL Typo — ควรเก็บ Log และแก้ไขเป็นประจำ

วิธีสร้าง 404 Page ที่ดีบนแพลตฟอร์มต่างๆ

Webflow

  1. ไปที่ Pages → สร้างหน้า Utility Page → เลือก 404 Page
  2. ออกแบบหน้า 404 ตามต้องการ
  3. ใส่ Search Bar, Navigation Links, Popular Content
  4. Publish

WordPress

  1. แก้ไข Theme → เปิดไฟล์ 404.php
  2. ปรับ Template หรือใช้ Plugin เช่น 404page
  3. ใส่ Search Form, Widget, Popular Posts

Shopify

  1. ไปที่ Online Store → Themes → Edit code
  2. เปิด Templates → 404.liquid
  3. ปรับแก้ HTML/Liquid ตามต้องการ

Next.js / React

  1. สร้างไฟล์ pages/404.js หรือ app/not-found.js
  2. ออกแบบ Component สำหรับ 404 Page
  3. ใส่ Navigation Links + Search

Checklist: 404 Page ที่ดีต้องมี

  • ข้อความที่เป็นมิตร ไม่ Technical
  • Search Bar เด่นชัด
  • Navigation Links ไปหน้าสำคัญ
  • Popular Content Suggestions
  • Contact/Support Link
  • Brand Personality (Illustration/Humor)
  • Return ค่า 404 Status Code ที่ถูกต้อง (ไม่ Redirect)
  • Responsive Design — ใช้งานได้บนมือถือ
  • Log และ Monitor 404 Errors เป็นประจำ

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!