🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

สร้างวิดีโอ, Infographic และโพสต์โซเชียลจากบทความ Blog

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

การผลิต content คุณภาพสูง 1 ชิ้นใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง ตาม Orbit Media Survey — แต่ส่วนใหญ่ใช้แค่ครั้งเดียวแล้วปล่อยให้ตกค้าง ทั้งที่เนื้อหาเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้ต่อได้หลายช่องทาง หลาย format ทำให้ได้ ROI สูงขึ้น

บทความนี้สรุปวิธี repurpose blog content ให้กลายเป็นวิดีโอ infographic social posts email newsletters และอื่นๆ — ทำ content ครั้งเดียว ใช้ได้หลายเดือน ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ทุกครั้ง

1. เปลี่ยนบทความเป็นวิดีโอ YouTube หรือ Short-form

วิดีโอยังคงเป็น content format ที่มี engagement สูงสุด — คนดูวิดีโอมากกว่าอ่านข้อความ 5 เท่า และจดจำข้อมูลได้ดีกว่า 95% ตาม Forbes

วิธีเปลี่ยนบทความเป็นวิดีโอ:

Format ใช้กับบทความแบบไหน เวลาทำ
Talking head (พูดตรง) How-to, Tutorial, Expert tips 30-60 นาที
Screen recording Software guide, Step-by-step 20-40 นาที
Animated explainer Concept, Theory, Statistics 2-4 ชั่วโมง
Short-form (TikTok, Reels) Quick tips, Listicles, Myth-busting 15-30 นาที

เคล็ดลับ: อย่าอ่าน script ตรงจากบทความ — พูดแบบสบายๆ ธรรมชาติ ใช้บทความเป็น outline แล้วพูดด้นสด จะรู้สึก authentic กว่าและคนดูต่อจนจบ

Vision X Brain ใช้เทคนิคนี้กับบทความ SEO — นำ key takeaways มาทำเป็น 3-5 Short-form videos ลง LinkedIn และ YouTube Shorts — ได้ views รวม 50,000+ โดยไม่ต้องเขียน content ใหม่

2. สร้าง Infographic จากข้อมูลในบทความ

Infographic ถูกแชร์มากกว่า content ทั่วไป 3 เท่า ตาม Impact Plus — เพราะคนอ่านง่าย จดจำได้เร็ว และเหมาะกับโซเชียลมีเดีย

เลือกบทความที่เหมาะทำ Infographic:

  • มีตัวเลข สถิติ หรือข้อมูลเปรียบเทียบเยอะ
  • เป็น listicle เช่น "7 วิธี..." หรือ "Top 10..."
  • เป็น process หรือ step-by-step ที่วาดเป็น flowchart ได้
  • มี before/after หรือ comparison ชัดเจน

Tools แนะนำสำหรับทำ Infographic:

  • Canva: template เยอะ ใช้ง่าย ไม่ต้องเป็น designer
  • Piktochart: เน้น data visualization
  • Venngage: มี template สำหรับธุรกิจเยอะ

โครงสร้าง Infographic ที่ดี:

  • หัวข้อเด่นชัด มี hook ดึงดูดความสนใจ
  • ข้อมูลแบ่งเป็นส่วนๆ อ่านง่าย ไม่แน่น
  • ใช้สีสอดคล้อง brand
  • มี source ข้อมูลและโลโก้ brand ด้านล่าง
  • ขนาดเหมาะกับโซเชียล (แนวตั้งสำหรับ Instagram, แนวนอนสำหรับ LinkedIn)

3. แบ่งเป็น Social Media Posts หลายๆ โพสต์

บทความ 2,000 คำสามารถแบ่งเป็น social posts ได้ 10-15 โพสต์ — แต่ละโพสต์เน้นคนละมุมหรือคนละ takeaway

วิธีแบ่งบทความเป็น Social Posts:

Post Type เนื้อหา
Quote cards ดึงประโยคเด็ดๆ จากบทความมาทำเป็นรูป + quote
Statistics ตัวเลขน่าสนใจ พร้อม source
Carousel สรุป key points เป็น 5-10 slides
Question posts ตั้งคำถามจากบทความ ชวนคนคอมเมนต์
Behind the scenes เล่าว่าเขียนบทความนี้ได้ไงมา insights อะไรบ้าง

ตัวอย่างจาก Vision X Brain: บทความ "7 วิธีเพิ่มความเร็วเว็บ" แบ่งเป็น 7 โพสต์ LinkedIn แต่ละโพสต์อธิบาย 1 วิธี พร้อมตัวอย่างจริง — แต่ละโพสต์ได้ engagement ดีกว่าลงบทความเต็มๆ และมีคนกดลิงก์อ่านบทความเพิ่มอีก

4. ทำ Email Newsletter Series

Email marketing ยังคงให้ ROI สูงสุด ($42 ต่อ $1 ที่ใช้ไป) ตาม Litmus — แต่หลายคนไม่ส่งเมลเพราะไม่มีเนื้อหาใหม่ ทั้งที่บทความที่มีอยู่สามารถนำมาใช้ได้

วิธีเปลี่ยนบทความเป็น Email Series:

  • Single email: สรุป key takeaways ใน 3-5 bullet points พร้อมลิงก์อ่านเต็ม
  • Drip campaign: แบ่งบทความยาวเป็น 3-5 อีเมล ส่งทีละส่วน
  • Weekly digest: รวมบทความที่เกี่ยวข้อง 3-4 บทความส่งเป็น newsletter
  • Welcome series: ใช้บทความ evergreen เป็น auto-responder สำหรับคนสมัคร email ใหม่

โครงสร้าง Email ที่ได้ผล:

  • Subject line สั้น มี hook หรือ benefit ชัดเจน
  • เปิดด้วยคำถามหรือปัญหาที่ผู้อ่านเจอ
  • สรุป key points 3-5 ข้อ ไม่ยาวมาก
  • มี CTA ชัดเจน เช่น "อ่านเพิ่ม" หรือ "ดูตัวอย่าง"
  • ส่งสม่ำเสมอ เช่น ทุกวันพุธเช้า

5. สร้าง Slide Deck สำหรับ SlideShare หรือ Presentation

SlideShare ยังคงเป็นช่องทางดีสำหรับ B2B content — ได้ traffic ฟรีจาก LinkedIn และ Google และยังใช้เป็น sales collateral หรือ presentation ได้

บทความที่เหมาะเปลี่ยนเป็น Slide:

  • How-to guides (แต่ละ slide = 1 step)
  • Listicles (แต่ละ slide = 1 item)
  • Case studies (แต่ละ slide = before/solution/results)
  • Industry reports (แต่ละ slide = 1 insight + chart)

Slide Deck ที่ดีควรมี 10-20 slides ใช้เวลาอ่าน 3-5 นาที มี visual ชัดเจน ใส่โลโก้และ contact ทุก slide

6. รวมเป็น E-book หรือ Ultimate Guide

ถ้ามีบทความหลายบทความในหัวข้อเดียวกัน สามารถรวมกันเป็น E-book หรือ Ultimate Guide แล้วใช้เป็น lead magnet

ตัวอย่างจาก Vision X Brain: รวมบทความ 5 บทความเกี่ยว Webflow CMS เป็น E-book "Ultimate Webflow CMS Guide" ใช้เป็น gated content — ได้ leads ใหม่ 80+ รายใน 2 เดือน

Format ใช้เวลา ROI
Video (Talking head) 30-60 นาที สูง — ได้หลาย platform
Infographic 1-2 ชั่วโมง สูง — แชร์ได้เยอะ
Social Posts (5-10 โพสต์) 30-45 นาที สูงมาก — ง่าย เร็ว
Email Newsletter 15-30 นาที สูงมาก — ROI ดีที่สุด
Slide Deck 1-2 ชั่วโมง ปานกลาง — เหมาะ B2B
E-book 4-8 ชั่วโมง สูง — lead magnet ดี

มีบทความเก่าๆ ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์?
เราช่วยปรับ content strategy ให้คุณใช้ content เดิมได้สูงสุด — ปรึกษาฟรี

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว Content Repurposing

ควร repurpose ทุกบทความไหม?

ไม่ต้อง — เลือกบทความที่มี performance ดี (traffic สูง, engagement ดี) หรือ evergreen content ที่ไม่ล้าสมัย มา repurpose ก่อน เพราะบทความเหล่านี้มีโอกาสได้ผลดีใน format อื่นด้วย ส่วนบทความที่ล้าสมัยหรือ performance ไม่ดี ควรอัพเดทหรือเขียนใหม่ก่อน

ต้องแก้เนื้อหาเยอะไหมตอน repurpose?

ขึ้นกับ format — social posts ใช้เวลาแก้น้อยที่สุด แค่ดึง key points มา, วิดีโอต้องปรับภาษาให้เป็นคำพูด (ไม่ใช่เขียนเป็นทางการ), E-book ต้องเรียบเรียงใหม่ให้ flow ลื่นไหล โดยทั่วไปใช้เวลา 20-30% ของเวลาเขียนบทความใหม่

เริ่มจากช่องทางไหนดี?

เริ่มจากช่องทางที่ audience คุณอยู่เยอะ — ถ้า B2B ให้เน้น LinkedIn + email newsletter, ถ้า B2C ให้เน้น Instagram/TikTok + YouTube Shorts แล้วค่อยขยายไปช่องทางอื่น อย่าพยายามทำทุกช่องทางพร้อมกัน ให้ทำ 2-3 ช่องทางให้เนียนก่อน

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!