🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

ย้ายเว็บไป Webflow คุ้มไหม? เช็กลิสต์ตัดสินใจ + ค่าใช้จ่ายระยะยาว (2025)

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

การย้ายไป Webflow เหมาะกับทีมคอนเทนต์ที่ต้องการควบคุมการสร้างและออกแบบหน้าเว็บได้เอง พร้อมทั้งต้องการความเร็วและ SEO ที่ดี รวมถึงความปลอดภัยและการโฮสต์ที่ครอบคลุม แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของแอปและปลั๊กอินที่ไม่หลากหลายเท่าระบบอื่น

Webflow เหมาะกับใคร

  • บริษัทหรือเว็บไซต์ที่ต้องการ การออกแบบที่ยืดหยุ่น และให้ ทีมจัดการได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพานักพัฒนา
  • ต้องการ ความเร็วและ SEO ที่ดี โดยมีโฮสติ้งและ CDN ในตัว
  • ต้องการเชื่อมต่อกับเครื่องมือการตลาดผ่านสคริปต์และฟอร์ม ไม่ต้องการปลั๊กอินที่ซับซ้อน

ข้อจำกัด/ต้องระวัง

  • การทำงานด้านอีคอมเมิร์ซที่ ซับซ้อน อาจไม่เหมาะสมกับ Webflow
  • อาจต้องใช้โค้ดกำหนดเองในบางกรณี หรือบริการเสริมที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
  • การย้ายเว็บไซต์ขนาดใหญ่ต้องทำ 301 mapping และ QA เนื้อหา อย่างละเอียดเพื่อรักษาอันดับ

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อWebflowWordPress (ทั่วไป)หมายเหตุ
ความเร็ว/โฮสติ้ง CDN/SSL ในตัว และโครงสร้างที่เบา ขึ้นอยู่กับโฮสต์และปลั๊กอิน ลดภาระการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน
การแก้ไขโดยทีมคอนเทนต์ Visual editor, CMS ทำได้ดีมากด้วยบล็อกและปลั๊กอิน ทั้งสองสามารถทำได้ แต่ใช้วิธีที่แตกต่างกัน
ปลั๊กอิน/ขยายฟีเจอร์ มีจำกัดกว่าแพลตฟอร์มใหญ่ มีอีโคซิสเตมที่หลากหลาย ต้องประเมินฟีเจอร์ที่ "จำเป็นจริง"
SEO/สคีมา ตั้งค่าเมตาและสคีมาสำหรับ SEO ได้ หลากหลายและยืดหยุ่นมากกว่า คุณภาพของคอนเทนต์และลิงก์ภายในคือหัวใจสำคัญ
อีคอมเมิร์ซ เหมาะกับขนาดเล็กถึงกลาง มีปลั๊กอินและแพลตฟอร์มเฉพาะมากมาย องค์กรขนาดใหญ่ควรพิจารณาแพลตฟอร์มเฉพาะ
TCO (ระยะยาว) ค่าระบบคงที่และดูแลง่าย ค่าปลั๊กอินและโฮสต์แปรผัน ต้องวัดค่าใช้จ่ายทั้ง "คน" และ "เครื่องมือ"

TCO ที่ควรพิจารณา

  • ค่าแพลตฟอร์มและโฮสติ้ง (รวมโดเมน, CDN, SSL)
  • ค่า Dev/DESIGN (การตั้งค่าเริ่มต้น + การปรับปรุงรายไตรมาส)
  • ค่าใช้จ่ายปลั๊กอิน/บริการเสริม (ฟอร์มขั้นสูง, การค้นหา, แท็กการตลาด)
  • ค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการอัปเดต (ภาระทีม/เอเจนซี)
  • โอกาสในการสูญเสีย/ได้กำไร จากความเร็ว, SEO และ Conversion

เช็กลิสต์ให้คะแนนก่อนย้าย

ให้คะแนน 1–5 แล้วรวมคะแนน (≥18 แนะนำทดลองย้ายบางส่วน)

  • ทีมคอนเทนต์ต้องแก้ไขหน้าเว็บบ่อย
  • เว็บไซต์ช้าและมีภาระในการบำรุงรักษา
  • ต้องการการออกแบบที่ยืดหยุ่น
  • ปลั๊กอินเดิมส่วนใหญ่ไม่จำเป็น หรือสามารถใช้สคริปต์ง่าย ๆ แทน
  • ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซไม่ซับซ้อนมาก

วิธีการ: ย้ายไป Webflow โดยไม่สูญเสียอันดับ

  1. ทำรายการ URL ทั้งหมด (ปัจจุบัน) และจับคู่ slug ใหม่
  2. 301 Redirects Mapping — สร้างตาราง เก่า → ใหม่ และตั้งค่า 301 ให้ครบ
  3. การจัดการสคีมา/เมตา/โอเพนกราฟ — ย้ายหรือสร้างใหม่ให้ตรงตามเนื้อหา
  4. ตรวจสอบประสิทธิภาพ — ตรวจ Core Web Vitals ก่อนและหลังการย้าย
  5. ส่ง sitemap ใหม่ ใน Search Console และติดตามการจัดทำดัชนี
  6. เปลี่ยน DNS — วางแผนวันและเวลา, และเฝ้าดูการกระจาย
แชร์

Recent Blog

5 ขั้นตอนสร้างเว็บไซต์ E-Commerce ที่ทำให้ยอดขายพุ่งสูงทันที

เคยรู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ดึงดูดลูกค้าไหม? มาดู 5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้และทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้น! อ่านต่อ...

เคล็ดลับการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Webflow: เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพทันที
เคล็ดลับการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Webflow: เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพทันที

เว็บไซต์ของคุณช้าอยู่หรือเปล่า? หากใช่ นี่คือปัญหาที่คุณต้องแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าไม่ออกจากเว็บไซต์ อ่านต่อเพื่อค้นพบเคล็ดลับการออกแบบที่ช่วยเพิ่มความเร็ว!

5 เหตุผลที่เว็บไซต์ของคุณควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทันที
5 เหตุผลที่เว็บไซต์ของคุณควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทันที

เคยรู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ดึงดูดลูกค้าไหม? บทความนี้จะช่วยคุณหาวิธีปรับปรุงและทำให้ลูกค้าอยู่ต่อมากขึ้น อ่านต่อ...