สำนักงานกฎหมายไทยส่วนใหญ่ยังใช้ WordPress เพราะคุ้นเคย แต่ปัญหาที่เจอซ้ำคือ plugin ขัดแย้ง เว็บช้า ถูกแฮก และต้องจ้างคนดูแลตลอด Webflow แก้ปัญหาเหล่านี้ด้วย visual builder ที่ปลอดภัยกว่า เร็วกว่า และดูแลง่ายกว่า บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองแพลตฟอร์มสำหรับ law firm โดยเฉพาะ

ทำไมเว็บไซต์สำคัญสำหรับ Law Firm

ลูกค้าที่ต้องการทนายความมักเริ่มจาก Google ก่อนเสมอ เว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ โหลดเร็ว และแสดงความเชี่ยวชาญชัดเจน ช่วยให้ได้ inquiry จากลูกค้าที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะ law firm ที่เน้น corporate, real estate หรือ IP ที่ลูกค้ามักเป็นองค์กรที่ research ก่อนติดต่อ

Webflow vs WordPress สำหรับ Law Firm

มิติWebflowWordPress
ความปลอดภัยHosting + SSL + security รวมอยู่ ไม่มี plugin ที่ถูกแฮกต้องดูแลเอง อัปเดต plugin/theme สม่ำเสมอ
ความเร็วCDN ทั่วโลก, clean code → Core Web Vitals ผ่านง่ายขึ้นกับ hosting, plugin, theme ที่ใช้
การออกแบบควบคุม pixel-perfect ทุกจุดต้องใช้ page builder หรือ custom theme
การดูแลรักษาแทบไม่ต้องดูแล Webflow จัดการ hosting/updateต้องอัปเดต WordPress, plugin, PHP
SEOClean HTML, fast speed, built-in SEO settingsใช้ plugin เช่น Yoast/RankMath
ราคา$29-49/mo (hosting รวม)$5-30/mo hosting + plugin premium
CMSBuilt-in, ใช้ง่ายสำหรับ non-devยืดหยุ่นมาก, plugin เยอะ

สิ่งที่เว็บ Law Firm ต้องมี

  • หน้าบริการที่ชัดเจน — แยกตามสาขากฎหมาย (corporate, litigation, IP, real estate)
  • โปรไฟล์ทนายความ — รูป ประวัติการศึกษา ความเชี่ยวชาญ ผลงาน
  • กรณีศึกษา/ผลงาน — แสดง track record โดยไม่เปิดเผยข้อมูลลับ
  • บทความให้ความรู้ — กฎหมายใหม่ คำแนะนำสำหรับธุรกิจ
  • ฟอร์มติดต่อที่ปลอดภัย — ข้อมูลลูกค้าต้องเข้ารหัส
  • Multi-language — ไทย + English สำหรับลูกค้าต่างชาติ

เมื่อไหร่ควรเลือก Webflow

  • ต้องการเว็บที่ดูแลง่าย ไม่ต้องจ้าง developer ประจำ
  • ให้ความสำคัญกับ performance และ security
  • ต้องการ design ที่สะท้อน brand อย่างแม่นยำ
  • ทีมไม่มี technical background แต่ต้องอัปเดต content เอง

เมื่อไหร่ WordPress อาจเหมาะกว่า

  • ต้องการ functionality ที่ซับซ้อน เช่น client portal, document management
  • มีทีม IT ดูแลอยู่แล้ว
  • ต้องการ plugin เฉพาะทางที่ Webflow ไม่มี

คำถามที่พบบ่อย

Webflow ปลอดภัยพอสำหรับ law firm ไหม

ปลอดภัยกว่า WordPress ในหลายด้าน เพราะไม่มี plugin ที่ถูกแฮก มี SSL, HTTP/2, DDoS protection มาในตัว และ Webflow จัดการ server security ทั้งหมด

ย้ายจาก WordPress ไป Webflow ยากไหม

ต้อง redesign ใหม่ (ย้าย theme ตรงๆ ไม่ได้) แต่ content ย้ายได้ผ่าน CSV import เข้า Webflow CMS ระยะเวลาขึ้นกับขนาดเว็บ ส่วนใหญ่ 2-6 สัปดาห์

ราคา Webflow แพงกว่า WordPress ไหม

ค่า hosting Webflow สูงกว่า ($29-49/mo vs $5-30/mo) แต่ไม่ต้องจ่ายค่า plugin premium ค่า developer ดูแล WordPress และค่าแก้ปัญหา security รวมแล้วต้นทุนรายปีใกล้เคียงกัน

สร้างเว็บ Law Firm ที่น่าเชื่อถือ

ถ้าสำนักงานกฎหมายของคุณต้องการเว็บที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพ ปลอดภัย และดูแลง่าย ถ้าต้องการทีมที่เชี่ยวชาญ Webflow Developmentคุยกับเรา

บทความแนะนำ