🔥 แค่ 5 นาที เปลี่ยนมุมมองได้เลย

เปรียบเทียบ CMS สำหรับองค์กร: Webflow vs WordPress vs Drupal

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

เว็บไซต์องค์กรที่ดีต้องอัปเดตได้เร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องพึ่ง developer ทุกครั้งที่จะเปลี่ยนรูปหรือแก้ข้อความ — นี่คือเหตุผลที่การเลือก CMS (Content Management System) เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเมื่อรับทำเว็บไซต์ระดับองค์กร

แต่ CMS ในตลาดมีหลายสิบตัว แต่ละตัวเหมาะกับงานต่างกัน บทความนี้เปรียบเทียบ CMS หลักๆ ที่องค์กรไทยใช้จริง — Webflow, WordPress, Drupal — แบบตรงประเด็น จากทีม Vision X Brain ที่ดูแลเว็บไซต์องค์กรกว่า 80 โปรเจกต์ใน 6 ประเทศ

CMS คืออะไร? ทำไมองค์กรถึงต้องสนใจ

CMS คือระบบจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ — ให้ทีม marketing, content, หรือแม้แต่ CEO อัปเดตเว็บได้เอง ไม่ต้องรอ developer

สำหรับองค์กร CMS ที่ดีต้องตอบ 4 เรื่อง:

  • ทีมใช้งานง่าย — ไม่ต้องเขียนโค้ดก็แก้ content ได้
  • ปลอดภัย — ไม่ถูกแฮก ไม่ต้อง patch ทุกสัปดาห์
  • เร็ว — โหลดไว Core Web Vitals ผ่าน ไม่กระทบ SEO
  • สเกลได้ — เพิ่มหน้า เพิ่มภาษา เพิ่ม content type ได้โดยไม่ต้องรื้อระบบ

เปรียบเทียบ CMS สำหรับองค์กร: Webflow vs WordPress vs Drupal

หัวข้อWebflowWordPressDrupal
ความยากในการใช้งานVisual editor — ทีมเรียนรู้ได้ใน 1-2 วันง่ายสำหรับ basic แต่ซับซ้อนเมื่อ customizeต้องมี developer ประจำ
ความปลอดภัยManaged hosting, SOC 2, ไม่มี plugin ที่เป็นช่องโหว่ต้อง update core + plugin ตลอด ถูกแฮกบ่อยปลอดภัยแต่ต้องดูแลเอง
Page SpeedClean code, CDN ในตัว — Core Web Vitals 90+ขึ้นอยู่กับ theme + plugin อาจช้ามากเร็วได้ถ้าทำถูก แต่ต้อง optimize เอง
Design FreedomPixel-perfect ทุกหน้า ไม่ถูก constraintจำกัดด้วย theme ถ้าจะ custom ต้องเขียน PHPไม่เน้น design ต้องเขียน template เอง
SEOURL อิสระ, clean HTML, hreflang, sitemap autoต้องใช้ Yoast/RankMath pluginดีแต่ต้อง config เอง
HostingManaged (AWS/Fastly) — ไม่ต้องดูแล serverต้องจัดการ hosting เอง หรือใช้ managed hostต้องจัดการเอง + server ต้องแรง
Multi-languageLocalization ในตัว + localized URLsต้องใช้ WPML/Polylang (เพิ่มเงิน + complexity)รองรับ multi-language ดี
ค่าดูแลรายปีต่ำ — ไม่มี hosting/plugin/security costสูง — hosting + plugin license + security + updatesสูงมาก — ต้องมี developer ประจำ
เหมาะกับองค์กรที่เน้น brand + speed + ทีมจัดการเองบล็อก/เว็บทั่วไปที่ไม่เน้น performanceองค์กรใหญ่ที่มีทีม dev ในตัว

ทำไม Webflow ถึงเหนือกว่าสำหรับองค์กรส่วนใหญ่

จากประสบการณ์ดูแลเว็บไซต์องค์กร 80+ โปรเจกต์ เราเห็นปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับ WordPress:

  • Plugin conflict — ลง plugin 20 ตัว แต่ละตัว update คนละเวลา บางทีเว็บพังกลางดึก
  • ถูกแฮก — WordPress เป็นเป้าโจมตีอันดับ 1 ของโลก เพราะ market share ใหญ่และ plugin เป็นช่องโหว่
  • โหลดช้า — ยิ่งลง plugin ยิ่งช้า Core Web Vitals ไม่ผ่าน Google ลดอันดับ
  • ค่าดูแลแพง — hosting + SSL + security plugin + backup plugin + caching plugin + developer ที่ต้องมาแก้เมื่อพัง = ปีละหลายหมื่นถึงแสน

Webflow แก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด:

  • ไม่มี plugin — ทุกอย่าง built-in ไม่มี conflict ไม่มีช่องโหว่
  • Managed hosting บน AWS + Fastly CDN — เร็วทั่วโลก ไม่ต้องดูแล server
  • SSL + backup อัตโนมัติ — ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
  • Visual CMS — ทีม content เพิ่ม/แก้ได้เองทันที ไม่ต้องรอ developer

WordPress ยังเหมาะกับอะไร?

WordPress ไม่ได้แย่ทุกกรณี ยังเหมาะกับ:

  • บล็อกที่ไม่เน้น performance — เว็บ content อย่างเดียว ไม่มี e-commerce
  • งบจำกัดมาก — hosting ถูก theme ฟรี เริ่มต้นได้ในหลักพัน
  • ต้องการ plugin เฉพาะทาง — เช่น LMS, booking system ที่มีแค่บน WordPress
  • มีทีม dev ในตัว — ที่ดูแล update + security ได้ตลอด

แต่สำหรับองค์กรที่เว็บคือช่องทางหลักในการหาลูกค้า — ต้นทุนซ่อนของ WordPress (security, speed, maintenance) มักสูงกว่า Webflow ในระยะยาว

Drupal เหมาะกับใคร?

Drupal เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มี requirement เฉพาะทาง เช่น government, healthcare, media ที่ต้อง custom module เยอะ และมีทีม developer ในตัว 3-5 คนขึ้นไป

ถ้าองค์กรคุณไม่ได้ต้องการ custom module ระดับนั้น Drupal จะเป็น overkill — ค่า development และ maintenance สูงโดยไม่จำเป็น

ค่าใช้จ่ายจริง: TCO เปรียบเทียบ 1 ปี

รายการWebflowWordPressDrupal
ค่าแพลตฟอร์ม/hosting$2,400-6,000/ปี$1,200-6,000/ปี (managed)$3,000-12,000/ปี
ค่า Plugin/Extension$0$500-3,000/ปี$0 (แต่ dev ต้องทำเอง)
ค่า Security/SSL$0 (รวมในแผน)$200-1,000/ปี$500-2,000/ปี
ค่า Developer maintenance$1,000-3,000/ปี$3,000-10,000/ปี$10,000-30,000/ปี
TCO ปีแรก$3,400-9,000$4,900-20,000$13,500-44,000

Webflow มี TCO ต่ำที่สุดเพราะไม่มีค่าซ่อนเรื่อง security, plugin, และ hosting management

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ย้ายจาก WordPress มา Webflow ยากไหม?

ไม่ยากถ้ามีทีมที่เชี่ยวชาญ content ย้ายมาได้ทั้งหมด URL structure เปลี่ยนได้ตามต้องการ ปกติใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า ที่ Vision X Brain เราย้ายให้ลูกค้ามาหลายสิบราย ยังไม่มีรายไหนกลับไป WordPress

Webflow รองรับเว็บที่มี content เยอะมากได้ไหม?

ได้ แผน Enterprise รองรับ CMS items ได้มากและเพิ่มได้ตามต้องการ เว็บ VisionXBrain เองมี 400+ pages และทำงานได้ราบรื่น สำหรับเว็บที่มี content หลายหมื่นหน้า อาจต้องพิจารณา headless CMS เสริม

WordPress ฟรีจริงไหม?

ตัว WordPress core ฟรี แต่ค่าใช้จ่ายจริงมาจาก hosting ($100-500/เดือน สำหรับ managed), theme premium ($50-200), plugin licenses ($500-3,000/ปี), security ($200-1,000/ปี), developer maintenance ($3,000-10,000/ปี) รวมแล้วไม่ได้ถูกกว่า Webflow

องค์กรที่ไม่มีทีม dev ควรเลือก CMS อะไร?

Webflow เพราะทีม marketing/content จัดการได้เองผ่าน visual editor ไม่ต้องมี developer ประจำ hosting และ security ก็ managed ทั้งหมด ต่างจาก WordPress ที่ต้องมีคนดูแล update และ Drupal ที่ต้องมี dev team

สรุป: เลือก CMS ไหนสำหรับองค์กร

  • Webflow — เลือกถ้าต้องการเว็บที่ทีมจัดการเอง ปลอดภัย เร็ว design ดี ค่าดูแลต่ำ
  • WordPress — เลือกถ้างบน้อย ต้องการ plugin เฉพาะทาง มีทีม dev ดูแล
  • Drupal — เลือกถ้าเป็นองค์กรใหญ่ มี custom requirement ซับซ้อน มีทีม dev 3+ คน

ถ้าต้องการทีมรับทำเว็บไซต์ที่เข้าใจ CMS ระดับองค์กร ดูแลตั้งแต่ออกแบบจนถึง launch — ปรึกษา Vision X Brain Clutch 5.0 จากลูกค้า 80+ องค์กรใน 6 ประเทศ

บทความแนะนำ

แชร์

Recent Blog

ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที
ทำไมการปรับปรุงเว็บไซต์ E-commerce ถึงช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันที

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

5 เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Startups ที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้า
5 เทคนิคออกแบบเว็บไซต์ Startup ที่เพิ่มยอดขาย 2026

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?
ทำไมเลือก Webflow Design Development เพื่อเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย?

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!