เปรียบเทียบ CMS สำหรับองค์กร: Webflow vs WordPress vs Drupal

เว็บไซต์องค์กรที่ดีต้องอัปเดตได้เร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องพึ่ง developer ทุกครั้งที่จะเปลี่ยนรูปหรือแก้ข้อความ — นี่คือเหตุผลที่การเลือก CMS (Content Management System) เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเมื่อรับทำเว็บไซต์ระดับองค์กร
แต่ CMS ในตลาดมีหลายสิบตัว แต่ละตัวเหมาะกับงานต่างกัน บทความนี้เปรียบเทียบ CMS หลักๆ ที่องค์กรไทยใช้จริง — Webflow, WordPress, Drupal — แบบตรงประเด็น จากทีม Vision X Brain ที่ดูแลเว็บไซต์องค์กรกว่า 80 โปรเจกต์ใน 6 ประเทศ
CMS คืออะไร? ทำไมองค์กรถึงต้องสนใจ
CMS คือระบบจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ — ให้ทีม marketing, content, หรือแม้แต่ CEO อัปเดตเว็บได้เอง ไม่ต้องรอ developer
สำหรับองค์กร CMS ที่ดีต้องตอบ 4 เรื่อง:
- ทีมใช้งานง่าย — ไม่ต้องเขียนโค้ดก็แก้ content ได้
- ปลอดภัย — ไม่ถูกแฮก ไม่ต้อง patch ทุกสัปดาห์
- เร็ว — โหลดไว Core Web Vitals ผ่าน ไม่กระทบ SEO
- สเกลได้ — เพิ่มหน้า เพิ่มภาษา เพิ่ม content type ได้โดยไม่ต้องรื้อระบบ
เปรียบเทียบ CMS สำหรับองค์กร: Webflow vs WordPress vs Drupal
| หัวข้อ | Webflow | WordPress | Drupal |
|---|---|---|---|
| ความยากในการใช้งาน | Visual editor — ทีมเรียนรู้ได้ใน 1-2 วัน | ง่ายสำหรับ basic แต่ซับซ้อนเมื่อ customize | ต้องมี developer ประจำ |
| ความปลอดภัย | Managed hosting, SOC 2, ไม่มี plugin ที่เป็นช่องโหว่ | ต้อง update core + plugin ตลอด ถูกแฮกบ่อย | ปลอดภัยแต่ต้องดูแลเอง |
| Page Speed | Clean code, CDN ในตัว — Core Web Vitals 90+ | ขึ้นอยู่กับ theme + plugin อาจช้ามาก | เร็วได้ถ้าทำถูก แต่ต้อง optimize เอง |
| Design Freedom | Pixel-perfect ทุกหน้า ไม่ถูก constraint | จำกัดด้วย theme ถ้าจะ custom ต้องเขียน PHP | ไม่เน้น design ต้องเขียน template เอง |
| SEO | URL อิสระ, clean HTML, hreflang, sitemap auto | ต้องใช้ Yoast/RankMath plugin | ดีแต่ต้อง config เอง |
| Hosting | Managed (AWS/Fastly) — ไม่ต้องดูแล server | ต้องจัดการ hosting เอง หรือใช้ managed host | ต้องจัดการเอง + server ต้องแรง |
| Multi-language | Localization ในตัว + localized URLs | ต้องใช้ WPML/Polylang (เพิ่มเงิน + complexity) | รองรับ multi-language ดี |
| ค่าดูแลรายปี | ต่ำ — ไม่มี hosting/plugin/security cost | สูง — hosting + plugin license + security + updates | สูงมาก — ต้องมี developer ประจำ |
| เหมาะกับ | องค์กรที่เน้น brand + speed + ทีมจัดการเอง | บล็อก/เว็บทั่วไปที่ไม่เน้น performance | องค์กรใหญ่ที่มีทีม dev ในตัว |
ทำไม Webflow ถึงเหนือกว่าสำหรับองค์กรส่วนใหญ่
จากประสบการณ์ดูแลเว็บไซต์องค์กร 80+ โปรเจกต์ เราเห็นปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับ WordPress:
- Plugin conflict — ลง plugin 20 ตัว แต่ละตัว update คนละเวลา บางทีเว็บพังกลางดึก
- ถูกแฮก — WordPress เป็นเป้าโจมตีอันดับ 1 ของโลก เพราะ market share ใหญ่และ plugin เป็นช่องโหว่
- โหลดช้า — ยิ่งลง plugin ยิ่งช้า Core Web Vitals ไม่ผ่าน Google ลดอันดับ
- ค่าดูแลแพง — hosting + SSL + security plugin + backup plugin + caching plugin + developer ที่ต้องมาแก้เมื่อพัง = ปีละหลายหมื่นถึงแสน
Webflow แก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด:
- ไม่มี plugin — ทุกอย่าง built-in ไม่มี conflict ไม่มีช่องโหว่
- Managed hosting บน AWS + Fastly CDN — เร็วทั่วโลก ไม่ต้องดูแล server
- SSL + backup อัตโนมัติ — ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
- Visual CMS — ทีม content เพิ่ม/แก้ได้เองทันที ไม่ต้องรอ developer
WordPress ยังเหมาะกับอะไร?
WordPress ไม่ได้แย่ทุกกรณี ยังเหมาะกับ:
- บล็อกที่ไม่เน้น performance — เว็บ content อย่างเดียว ไม่มี e-commerce
- งบจำกัดมาก — hosting ถูก theme ฟรี เริ่มต้นได้ในหลักพัน
- ต้องการ plugin เฉพาะทาง — เช่น LMS, booking system ที่มีแค่บน WordPress
- มีทีม dev ในตัว — ที่ดูแล update + security ได้ตลอด
แต่สำหรับองค์กรที่เว็บคือช่องทางหลักในการหาลูกค้า — ต้นทุนซ่อนของ WordPress (security, speed, maintenance) มักสูงกว่า Webflow ในระยะยาว
Drupal เหมาะกับใคร?
Drupal เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มี requirement เฉพาะทาง เช่น government, healthcare, media ที่ต้อง custom module เยอะ และมีทีม developer ในตัว 3-5 คนขึ้นไป
ถ้าองค์กรคุณไม่ได้ต้องการ custom module ระดับนั้น Drupal จะเป็น overkill — ค่า development และ maintenance สูงโดยไม่จำเป็น
ค่าใช้จ่ายจริง: TCO เปรียบเทียบ 1 ปี
| รายการ | Webflow | WordPress | Drupal |
|---|---|---|---|
| ค่าแพลตฟอร์ม/hosting | $2,400-6,000/ปี | $1,200-6,000/ปี (managed) | $3,000-12,000/ปี |
| ค่า Plugin/Extension | $0 | $500-3,000/ปี | $0 (แต่ dev ต้องทำเอง) |
| ค่า Security/SSL | $0 (รวมในแผน) | $200-1,000/ปี | $500-2,000/ปี |
| ค่า Developer maintenance | $1,000-3,000/ปี | $3,000-10,000/ปี | $10,000-30,000/ปี |
| TCO ปีแรก | $3,400-9,000 | $4,900-20,000 | $13,500-44,000 |
Webflow มี TCO ต่ำที่สุดเพราะไม่มีค่าซ่อนเรื่อง security, plugin, และ hosting management
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ย้ายจาก WordPress มา Webflow ยากไหม?
ไม่ยากถ้ามีทีมที่เชี่ยวชาญ content ย้ายมาได้ทั้งหมด URL structure เปลี่ยนได้ตามต้องการ ปกติใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า ที่ Vision X Brain เราย้ายให้ลูกค้ามาหลายสิบราย ยังไม่มีรายไหนกลับไป WordPress
Webflow รองรับเว็บที่มี content เยอะมากได้ไหม?
ได้ แผน Enterprise รองรับ CMS items ได้มากและเพิ่มได้ตามต้องการ เว็บ VisionXBrain เองมี 400+ pages และทำงานได้ราบรื่น สำหรับเว็บที่มี content หลายหมื่นหน้า อาจต้องพิจารณา headless CMS เสริม
WordPress ฟรีจริงไหม?
ตัว WordPress core ฟรี แต่ค่าใช้จ่ายจริงมาจาก hosting ($100-500/เดือน สำหรับ managed), theme premium ($50-200), plugin licenses ($500-3,000/ปี), security ($200-1,000/ปี), developer maintenance ($3,000-10,000/ปี) รวมแล้วไม่ได้ถูกกว่า Webflow
องค์กรที่ไม่มีทีม dev ควรเลือก CMS อะไร?
Webflow เพราะทีม marketing/content จัดการได้เองผ่าน visual editor ไม่ต้องมี developer ประจำ hosting และ security ก็ managed ทั้งหมด ต่างจาก WordPress ที่ต้องมีคนดูแล update และ Drupal ที่ต้องมี dev team
สรุป: เลือก CMS ไหนสำหรับองค์กร
- Webflow — เลือกถ้าต้องการเว็บที่ทีมจัดการเอง ปลอดภัย เร็ว design ดี ค่าดูแลต่ำ
- WordPress — เลือกถ้างบน้อย ต้องการ plugin เฉพาะทาง มีทีม dev ดูแล
- Drupal — เลือกถ้าเป็นองค์กรใหญ่ มี custom requirement ซับซ้อน มีทีม dev 3+ คน
ถ้าต้องการทีมรับทำเว็บไซต์ที่เข้าใจ CMS ระดับองค์กร ดูแลตั้งแต่ออกแบบจนถึง launch — ปรึกษา Vision X Brain Clutch 5.0 จากลูกค้า 80+ องค์กรใน 6 ประเทศ
บทความแนะนำ
Recent Blog

เว็บของคุณไม่สามารถสร้างยอดขาย? ปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อแก้ปัญหานี้ และเรียนรู้วิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทันที...

เคยรู้สึกไหมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้? ลองศึกษา 5 เทคนิคที่ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มอัตราการแปลงลูกค้าได้อย่างแท้จริง อ่านต่อ...

เคยรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเว็บไซต์โหลดช้าใช่ไหม? ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบที่ถูกต้อง อ่านต่อเพื่อค้นหาวิธีที่คุณจะเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้!





